วันพฤหัสบดีที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2554

มาตราการ QE คืออะไร? สำคัญยังไงกับนักเทรด Forex

มาตราการ QE ความหมาย และผลกระทบต่อค่าเงิน

          เป็นเวลานานนับที่ที่ทางธนาคารกลางสหรัฐ หรือ FED หยิบยกมาตราการผ่อนคลายเชิงปริมาณหรือ QE( Quantitative  Easing) มาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจหลังเกิดภาวะการซบเซาทางเศรษฐกิจโลก(โดยเฉพาะสหรัฐนี่แหละ) โดยการเพิ่มสภาพคล่องในระบบเงิน หรือ ที่เรียกว่ามาตราการ QE นี่แหละครับ หลายๆ ท่านก็ยัง งงๆ ว่า แล้วมันคืออะไร? ไอ้ QE เนี่ย มันจะมีผลกระทบอะไรกับเศรษฐกิจโลก วันนี้ขอยกคำอธิบาย ของกูรูด้านการเงินมาอธิบายให้หายข้อข้อใจกันครับ เพราะไอ้จะเรียกว่า QE ก็คือผ่อนคลายเชิงปริมาณ ผู้อ่านก็อาจจะงงงวยว่า ผ่อนคลายยังไง แล้วปริมาณอะไร?

Advertisement

    

มาตราการ QE คืออะไร? แล้วทำไปทำไม?
------------------------------------------------------------------------------------------------------------
          "Quantitative  Easing (QE) คืออะไร?? ในทางเศรษฐศาสตร์มาตรการ  QE  ถือเป็นนโยบายด้านการเงิน (Monetary  Policy) ซึ่งถูกใช้โดยธนาคารกลาง โดยการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเพิ่ม เป็นการเพิ่มสภาพคล่องให้กับสถาบันการเงินเพื่อนำไปปล่อยสินเชื่อเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอีกทอดหนึ่ง ทั้งนี้วิธีการในการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบทำได้โดยการที่ธนาคารกลางเข้าซื้อสินทรัพย์ทางการเงินจากสถาบันการเงินซึ่งอาจเป็นพันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้เอกชน หรือแม้กระทั่งตราสารหนี้ประเภทที่มีลูกหนี้สินเชื่อบ้านเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน "


          "ทำไมต้องใช้มาตรการ  QE โดยปกติแล้วธนาคารกลางโดยส่วนใหญ่จะเลือกใช้วิธีการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นอันดับแรกในยามที่เศรษฐกิจชะลอตัวหรือถดถอย รวมถึงเกิดปัญหากับสถาบันการเงิน แต่เมื่อธนาคารได้ลดอัตราดอกเบี้ยลงต่ำเกือบ 0% แล้วยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำได้อีก มาตรการ QE จึงถูกนำมาใช้ ดังนั้นผมจึงอยากจะชี้ประเด็นนี้ให้ทุกท่านทราบว่าการที่ธนาคารกลางสหรัฐ ญี่ปุ่น ที่ประกาศว่าจะใช้มาตรการQE รอบ 2 นั้น แท้ที่จริงแล้วเป็นข่าวร้ายต่อภาวะเศรษฐกิจโลก ซึ่งแสดงว่ามาตรการ  QE ที่ทำไปรอบแรกไม่เป็นผลเปรียบเสมือนคนไข้ที่ต้องให้ยาแรงเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ สำหรับมาตรการ  QE นั้นไม่ได้มีแต่ประโยชน์ แต่มีโทษที่ต้องระมัดระวังด้วย เพราะการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบนั้นมีโอกาสที่จะทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อได้ ดังนั้นหากท่านที่ติดตามบทความของผมคงจำได้ว่า ผมเคยเขียนเกี่ยวกับเรื่อง Exit Strategy ซึ่งคือมาตรการตรงกันข้ามกับ  QE เนื่องจากเป็นการดึงสภาพคล่องออกจากระบบนั่นเอง เพื่อลดความเสี่ยงเงินเฟ้อ ซึ่งผมเชื่อว่าจะกลับมาอีกครั้งหากพบสัญญาณของเงินเฟ้อ"


          (ที่มา โพสทูเดย์:: คุณ โดยสุกิจ อุดมศิริกุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนลูกค้าบุคคล บล.ไทยพาณิชย์)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------


          สรุปง่ายๆ ก็คือ สหรัฐผ่อนคลายความตึงเครียดทางการเงิน โดยการเพิ่มปริมาณเงินเข้ามาในระบบเศรษฐกิจ แต่เค้าไม่ได้ กู้มาแจกหรือเอาเงินคลังมาใช้เหมือนพี่ไทยนะครับ เค้ามีวิธีเหนือเมฆ พิมพ์แบงค์กันไปเลย!!!

          โดยตลอด หลายปีผ่านมา เศรษฐกิจสหรัฐต้องประสบกับ วิกฤตทางการเงินครั้งใหญ่ หรือ Humberger crisis สถานบันการเงิน และภาคการผลิต หลายๆอย่าง แจ้งระเนระนาด โดยจุดเริ่มต้น มาจากการขาดสภาพคล่องใน ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ที่มีการเกร็งกำไรสูงในสหรัฐ เมื่ออสังหาล้ม สถาบันการเงินก็ล้มตาม และสุดท้าย ผู้คนก็กลัวและลดการใช้จ่าย ธุรกิจต่างๆ ก็ซบเซา และมีอีกหลายปัจจัย หลายเหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่างปี 2008-2011 นี้ กว่าจะเริ่มฟื้นขึ้นมาได้ ก็ใช้เวลาพอสมควรอยู่นะครับ

          หนึ่งในมาตราการที่สหรัฐใช้ ก็คือ QE นี่แหละครับ โดย การอัดฉีดเงินเข้าระบบ นั้น เงินมาจากไหนเอ่ย? เมื่อไม่มีเงิน ก็ต้องเสกมันมาครับ โดยการพิมเพิ่มก็ว่ากันไป สรุปถ้วนกระบวนความก็มีเงินเข้ามาในระบบ เพิ่มมากขึ้น เอาสั้นๆ (นโยบายที่เกี่ยวข้องก็มี ลดภาษีนิติบุคคล เหลือ 0-1% และอื่นๆ) โดย เฟดเริ่มดำเนินนโยบาย QE ในปลายปี 2551 จนสิ้นสุดเดือน มี.ค. 2553 เรื่อยมาจน QE 2 ที่พึ่งจบไปในเดือน มิถุนายน 2554 ที่ผ่านมา

แล้วมาตราการผ่อนคลายเชิงปริมาณ หรือ QE เนี่ย ส่งผลอย่างไรกับ ตลาด Forex?

1)   อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลจะลดต่ำลงและดึงให้อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลลดลงผลที่ตามมาคืออัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในระบบจะลดลง (***ดอกเบี้ยพันธบัตรลด เกี่ยวพันกับการอ่อนค่าของค่าเงินครับ**)
2) ปริมาณเงินในระบบ เศรษฐกิจจะเพิ่มขึ้นเนื่องจาก เงินถูกผลิตเพิ่มเข้ามา และจะทำให้เกิดสภาพคล่องในการใช้จ่ายของภาคธุรกิจ และภาคประชาชนด้วยในระยะแรกๆ แต่จะทำให้เิกิดภาวะเงินเฟ้อได้ในระยะต่อไป ซึ่งก็คือ ***เงินมีปริมาณมากขึ้น สินค้าจะแพงขึ้น นั่นหมายความว่าค่าเงิน อ่อนลง***
3) จากข้อ 1-2 จะทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง ซึ่งในทางเศรษบกิจสำหรับประเทศที่กำลังซบเซา คนตกงาน เกือบ 10% อย่างสหรัฐอเมริกาในตอนนี้นั้น จะทำให้สหรัฐส่งออกสินค้าไปยังประเทศต่างๆ ได้มากขึ้นนำพารายได้และผลกำไรให้เข้ากระเป๋านักธุรกิจที่ผลิตและส่งออก เมื่อเงินเริ่มกลับมา จะทำให้การจ้างงานให้เพิ่มขึ้นและช่วยลดอัตราการว่างให้ต่ำลง คนก็มีงานทำกล้าใช้สอยมาหขึ้นเศรษฐกิจก็จะพื้นตัวได้
*** ซึ่ง 3 ข้อนี้ ต้องใช้เวลานะครับ แต่ตลาดเงินนั่นนะสิ ปรับตัวกัน ไปก่อนและสะท้อนความคาดหวังได้เร็วกว่าความเป็นจริงซะอีก นั่น คือ ช่องทางแสวงหากำไรจะค่าเงิน USD ของเราครับ โดยถ้าพิจารณาจากทั้ง 3 ข้อแล้ว เราก็จะพบว่า ค่าเงิน USD จะมีแนวโน้มอ่อนค่า***

มาดูกราฟทางเทคนิคที่ตอบสนองต่อปัจจัยพื้นฐานกัน 
QE คืออะไร
(((QE2 เริ่ม ... ในเดือน พฤศจิกายน 2553 - มิถุนายน 2554))))
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
และ เนื่องจาก ค่าเงิน USD นั้น เป็นค่าเงินกลางในการอ้างอิงกับราคา ทองคำ และสินค้าโภคภัณฑ์ อื่นๆ ด้วย การอ่อนค่าลงของ USD จะส่งผล + ต่อราคาทองคำและโลหะมีค่าอื่นๆ เป็นเงาตามตัว
QE ผลกระทบ

          มาตราการทางการเงิน และนโยบายทางเศรษฐกิจต่างๆ นั้น ย่อมส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของค่าเงิน นักลงทุน และนักเกร็งกำไร Forex ก็จำเป็นต้องติดตามหรือมีความรู้เอาไว้บ้าง นอกจากจะช่วยสร้างโอกาสทำกำไรให้กับคุณๆ แล้ว ยังเป็นความเข้าใจในเรื่องเศรษฐกิจให้กับคุณด้วยครับ

1 ความคิดเห็น:

intellixa กล่าวว่า...

อ่านแล้วได้ความรู้มากครับ