แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความรู้ Forex แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความรู้ Forex แสดงบทความทั้งหมด

เล่าเรื่องจากกราฟ กับ ประเด็นความผันผวนในการจัดตั้ง รัฐบาลของนิวซีแลนด์ 2017



ปัจจัยพื้นฐานของประเทศ ส่งผลต่อกราฟ Forex ยังไง? วันนี้จะมาเล่าเป็นฉากๆ ให้ฟังกันครับ ... :)


ทางเทคนิคคอลเค้าเชื่อกันว่า สถานการณ์ต่างๆ รวมทั้งการเมืองจะสะท้อนออกมาในกราฟราคาทั้งหมด แต่หากเราไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับสถานการณ์นั้นๆ เลย หรือละเลยปัจจัยพื้นฐานไป เราก็อาจจะผิดพลาดในการลงทุนจากความไม่เข้าใจ เพราะบางก็มีสิ่งที่เทคนิคคอลไม่สามารถอธิบายได้ การเคลื่อนไหวของราคาบางครั้งก็เกิดขึ้นฉับพลันทันด่วนโดยไม่ต้องรอแนวรับแนวต้าน ไม่มีสัญญาณใดๆ

และในหลายครั้ง การเคลื่อนไหวที่ถูกพล็อตออกมาเป็นแท่งเทียนที่เราเห็นนั้น ก็มีพล็อตเรื่องของจริงที่น่าสนใจไม่แพ้กัน

ช่วงกันยายน - ตุลาคม 2017 นี้ มีสถานการณ์การเมืองสำคัญที่ส่งผลต่อค่าเงินอยู่ หลายอย่าง ทั้ง Brexit (การถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักรอังกฤษ) ความไม่สงบในสเปนจากกลุ่มต่อต้าน หรือความตึงเครียดในคาบสมุทธเกาหลี และการเลือกตั้งนายกของนิวซีแลนด์แดนกีวี่

ค่าเงินที่ผมเลือกมายกตัวอย่างวันนี้ คือ  NZD/JPY คือ ดอลลาร์นิวซีแลนด์/เยนญี่ปุ่น  นั่นเอง

นิวซีแลนด์เป็นประเทศที่มี GDP สูงมากคือ ราว 4% ในปี 2016 ปกครองด้วยระบบประชาธิปไตย มีนายกบริหารประเทศ ส่วนญี่ปุ่น GDP ต่ำมาก คือราว 1%


การเลือกตั้ง คาดคาดหวังและการตอบสนองของตลาด


หัวข้อ ข่าว Forex  ที่ยกมาคือ การเลือกตั้งทั่วไปของนิวซีแลนด์ ที่ถูกจัดให้มีขึ้นในวันที่ 23 กันยายน 2017


Winston Peters ชายผู้เป็นกุญแจสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาล แม้พรรคตัวเองจะเป็นเพียงที่ 3 ก็ตาม



เมื่อวันที่ 23 ก.ย. :: พรรคเนชั่นแนล ปาร์ตี ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลของนิวซีแลนด์เดิม สามารถชนะการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาได้สำเร็จ แต่ว่าไม่ได้ครองเสียงข้างมากจึงไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ในทันทีเพราะได้จำนวนที่นั่งในสภาไม่ถึงครึ่ง 

โดยหลังนับคะแนนเสร็จสิ้นทั้งหมด พรรคของนายกรัฐมนตรีบิล อิงลิช ได้ 58 ที่นั่งจากจำนวนสมาชิก 121 ที่นั่ง ส่วนพรรคแรงงาน ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านที่นำโดยนางจาซินดา อาร์เดิร์น ได้ 45 ที่นั่ง ทำให้เกิดความไม่แน่นอนทางการเมืองขึ้นมาทันที (ตัวเลขจากข่าวกับรูปอาจไม่ตรงกันนะครับ)

โดย พรรคแรงงานได้จับมือกับพรรค กรีน ของนาย เจมส์ ชอว์ ทำให้ทั้งฝ่าย เนชั่นแนล และ พรรคแรงงานที่จำนวนที่นั่งพอๆ กัน พรรค เอนซีเฟิร์สของนาย วินสตันจึงเป็นเหมือนกุญแจสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาลเพราะ ทั้งสองฝ่ายต่างต้องการที่นั่งจำนวน 9 ที่นั่งนั่นเอง



-----------------------------------------------------




เรื่องเล่าจากกราฟ DAY

โซนสีฟ้า : โดยทั่วไปแล้ว ก่อนจะมีการเลือกตั้ง ตลาดหุ้นและค่าเงินอาจมีการแข็งค่าขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหาก Pre-Poll หรือผลสำรวจก่อนการเลือกตั้งค่อนข้างชัดเจน หรือ สร้างความมั่นใจให้นักลงทุนได้ และสถานการณ์การเมืองอยู่ในภาวะปกติ แต่บางกรณีกราฟก็อาจมีการ Sideways ถ้ามีความคลุมเครือไม่รู้ว่าใครจะได้รับเลือก

จะเห็นได้ว่า โซนสีฟ้า 2 สัปดาห์ก่อนการเลือกตั้งค่าเงิน NZD มีการแข็งค่าขึ้น



หมุดสีแดง : แจ๊คพอร์ตแตก!!! ก็ตอนที่ผล Exit-poll และผลการเล็กตั้งออกมาในวันอาทิตย์ (ตลาดปิดอยู่) ว่ารัฐบาลใหม่อาจต้องเป็นรัฐบาลผสม แถมสองฝ่ายจำนวนที่นั่งพอๆ กัน ลักษณะแบบนี้จึงทำให้เกิดความไม่แน่นอนทางการเมือง เพราะอาจเกิดการเปลี่ยนขั้วอำนาจได้ ซึ่งแน่นอนว่า หากพรรคที่ได้จัดตั้งรัฐบาลเปลี่ยนนโยบายการเงิน การคลัง เศรษฐกิจ สังคม เปลี่ยน ในความไม่แน่นอนเช่นนี้ ตลาดจึงถูกขายลงมาก่อน ทันทีในวันจันทร์

โซนสีชมพู : จากความผิดคาดทำให้ตลาดกลับมายืนบริเวณเดิมก่อนการเลือกตั้ง เพื่อตั้งหลักใหม่ นายวินส์ตัน หีวหน้าพรรค เอ็นซี ผู้เป็นกุญแจสำคัญประกาศ ในวันที่ 7 ตุลาคม 2017 ว่า กำลังพิจารณาข้อเสนอ และกำหนดวัน ประกาศ หลังจากมีความชัดเจนมากขึ้นตลาด ก็วิ่งขึ้นตามความชัดเจนที่มากขึ้น ใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ เช่นกัน โดยขอเวลาไม่เกิน 18 ตุลาคม 2017



เรื่องเล่าจากกราฟ 15นาที
ข่าวประกอบในภาพนี้มาจาก เพจของสำนักข่าว NZ herald 


จนกระทั่งวันที่ 18 ตุลาคม ความโกลาหล ก็ได้มาเยือนอีกครั้ง เมื่อ เส้นตายที่ นายวิส์ตัน ได้พูดถึงว่าจะสรุปผล ช่วงบ่ายของวัน (ซึ่งคือ 7 โมงเช้าเมืองไทย - 11 โมง แล้วแต่จะบ่ายอะไร) แต่เขาบอกว่ายังสรุปไม่ได้เลย ตอนบ่ายหลังกินข้าว ...ของเลื่อนการพิจารณาไปเป็นตอนสิ้นสุดวัน (สิ้นสุดวันคือสุดเวลาทำงานคือ 6 โมงเย็นบ้านเค้า) *เป็นเกมการเมือง*

วงกลมเล็กสีแดง : เราจะเห็นว่ารายนาที จะแสดงให้เห็นถึงหายนะความวุ่นวายในตลาดได้ดีมาก ทันที่ที่ ถึงเวลาบ่ายโมงตรง นักข่าวไปตามแกถึงร้านอาหาร แกก็ขอเวลาคิดต่อ กราฟค่าเงิน NZD และ ตลาดหุ้นนิวซีแลนด์ถูกขายทันที เพราะทุกอย่างเริ่มไม่ชัดเจนไปกว่าเดิมแล้ว

วงกลมใหญ่สีแดง : ถัดมาตอนใกล้หมดช่วงบ่าย แกก็บ่ายเบี่ยงต่อเพราะวินาทีนี้ อะไรๆ ก็เปลี่ยนแปลงได้ เราจะเห็นว่าเมื่อพูดแบบนี้ สองฝ่ายทั้งฝ่าย BUY และ SELL ปั่นป่วนมาก ตลาดไร้ทิศทางแกว่งตัวรุนแรงตามการคาดการของแต่ละฝ่าย

"ใช่พรรครัฐบาลเดิมไหม เขาได้มา 3 สมัยเลยนะ"
"หรือพรรคแรงงาน หัวหน้าพรรคคนใหม่ที่เป็นผู้หญิงนี้ Popular มากเลยนะทั้งๆ ที่พึ่งขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคได้สองเดือน"
"แล้วก็แย่งที่นั่งพรรค เนชั่นแนล จนตั้งรัฐบาลไม่ได้เลย ใครกันแน่ที่จะได้เป็นรัฐบาล???"




หวยออกที่นาง จาซินดา อาร์เดิร์น เข้าวิน และได้เป็นแกนนำรัฐบาล ผลก็คือตลาดถูก เท!! เพราะว่ามัน 1.พลิกล็อค 2.นโยบายพรรคแรงงานเน้นประชาชนในประเทศกว่า นักลงทุนต่างประเทศจึงถอยตั้งหลัก 3. การ Sell on Fact ซึ่งเป็นการขายทำกำไรหลังความชัดเจน


สรุปด้วยกราฟ รายชั่วโมง

กราฟรายชั่วโมง จาก MT4 ของเซิฟเวอร์โบรกเกอร์ XM


ตั้งแต่เริ่มเหตุการณ์ของวัน จะเห็นว่ากราฟปรับตัวขึ้นเป็นรายชั่วโมง ตั้งแต่เช้าของนิวซีแลนด์จนถึง บ่ายโมง ตามที่หัวหน้าพรรคที่เป็นกุญแจสำคัญได้บอกเอาไว้ว่าจะประกาศผลการตัดสินใจ

แต่พอเลื่อนออกไป กราฟปรับลงทันที และเมื่อ ยืดเวลาออกไปเรื่อยๆ จึงเกิดแรงขายทำกำไร กราฟไปย่ำซ้ำๆ อยู่บริเวณแนวรับเดิมซึ่งคือจุดเริ่มต้นของวัน และแกว่างตัวรุนแรงบริเวณนั้น ในที่สุดเมื่อผลออกมาตรงข้ามกับที่นักลงทุน และคนส่วนใหญ่คาดคิด หรือผลออกมาเป็นพรรคที่อาจ ทำให้เกิดการเปลี่ยนขั้วทางนโยบาย ก็จะเกิดการ เท

สุดวันของนิวซีแลนด์ กราฟ ลงมานิ่งเลย แม้กระทั่งในข่วงค่ำของไทยที่นิวซีแลนด์ปิดไปแล้ว และตลาดสหรัฐที่คึกคักที่สุดเปิด ค่าเงิน NZD ก็ยังคงถูกทิ้งให้เงียบเหงาไว้กลางทาง....ที่เป็นแบบนี้เพราะทุกคนต้องการความชัดเจนและรอดูว่าจะเป็นอย่างไรต่อไปนั่นเอง แม่ค่าเงิน NZD จะดิ่งลงมาเมื่อเทียบกับ JYP แล้ว แต่คู่อื่นก็ลงเช่นกัน แต่ดีตัวกลับไปได้ป็นส่วนใหฐ่ เช่น USD/JYP EUR/JYP AUD/JYP (บางตัวขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่เลยด้วยซ้ำ) แต่ NZD/JYP ไม่มีการรีบาวน์เลย และไม่เคลื่อนไหว เพราะปัจจัยด้านการเมืองยังคงกดดดันราคา และนักลงทุนรอทิศทางต่อไปอยู่นั่นเองครับ


ดูกราฟ NZD/JPY , USD/JPY , EUR/JPY เทียบกันหน่อยหลังระเบิดลง ^^




การเปลี่ยนแปลงของกราฟ Forex นั้นไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของเทคนิคคอลเท่านั้น แต่ปัจจัยพื้นฐาน ก็ส่งผลเช่นกัน และการศึกษาปัจจัยพื้นฐานก็จะทำให้คุณเข้าใจ และวางแผนการลงทุนได้ดียิ่งขึ้นนะครับ เพราะในกราฟมีเรื่องราวอยู่ บางอย่างเราต้องใช้ความเข้าใจเพิ่มเติม

ถ้าอยากเข้าใจเรื่องข่าวและการวิเคราะห์ข่าวมากขึ้น ก็ตามไปที่ลิงค์นี้ครับ ผมเคยเขียนอธิบายเอาไว้แล้ว ^^ >>> http://thaiforexclub.blogspot.com/p/blog-page_08.html


สำหรับใครที่อยากอ่านเพิ่มเติมว่า การเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของนานาประเทศมีผลอย่างไรต่อค่าเงิน Forex สามารถตามอ่านได้ที่(ภาษาอังกฤษนะครับ)  >>> http://www.investopedia.com/articles/forex/11/international-events-affect-forex.asp



แท่งเทียนรูปร่างแปลกๆ แบบนี้ก็มีด้วยครับ

แท่งเทียนรูปร่างแปลกๆ ในเวลาที่ตลาดไร้วอลุ่ม


 Advertisement

กราฟ Forex
ภาพเปรียบเทียบ แท่งเทียนที่เกิดจากการกระโดดของราคาทองคำ เปรียบเทียบ จากกราฟราย 5,15,30 นาที และ 1 ชั่วโมง

            บางครั้งในเวลาที่ตลาดมีวอลุ่มไม่มาก ราคาซื้้อขายจากการ Bid-offer ห่างกันมากๆ กราฟราคาก็อาจจะเกิดอาการกระโดดได้ครับ จึงทำให้เราได้เห็น แท่งเทียน รูปร่างประหลาดๆ ที่ดูแล้วชวนเราะ (แต่บางครั้งก็หัวเราะไม่ออกนะครับ เพราะการกระโดดของราคาขนาดนี้ อาจทำให้ขาดทุนกันได้เยทีเดียว) เช่นในวันที่ 29 เวาประมาณ ตี 2 ของบ้านเรา ทองคำ เกิดการกระโดดอย่างนี้ ในขณะที่วอุ่มตาดแทบไม่มี สังดกตดูที่กราฟราย 5 นาที นะครับ จะเห็นักษณะเป็นขีดๆ เพราะการเปี่ยนแปงของราคา ไม่เกิดครับ สาเหตอาจจะเพราะประมาณเวานั้นปกติคือ ช่วงปิดตาด USA ครับ แต่เมื่อวานนี้ USA ก็หยุด เนื่องในวัน memorial day ครับ เราจึงมีโอกาสได้เห็น กราฟแท่งเทียน ลักษณะแบบนี้กันซึ่งในบางปี ก็มีให้เห็นในช่วง คริสมาส หรือปีใหม่ด้วยนะครับ
            ความอันตรายแบบนี้ เกิดขึ้นได้หาก เรา ลงทุนใน Forex หรือ Gold แบบ เต็มพอร์ต หรือ คนที่ลงน้ำหนักมาก เพราะอาจจะทำให้ถูก Call Margin หรือ ที่เรียกกันติดปากว่าจิ้นขาดได้ครับ หรืออาจจะทำให้ เกิดการ Stop loss ในคนที่ตั้งจุด SL ไว้ครับ หรือ ทำให้ ได้กำไร จากจุด Target point ก็ได้เหมือนกันสำหรับคนที่ตั้ง TP ไว้

            ก็ดูกันไว้ครับว่า กราฟอย่างงี้ก็มีด้วย ดังนั้น ควรระวังในช่วงที่ตลาดนิ่งๆ บางครั้งก็เกิดอาการแบบนี้ได้ ทั้งช่วงตลาดเปิดใหม่ต้นสัปดาห์ หรือ ในช่วงใกล้วันหยุดเทศกาลที่หยุดยาวๆ ก็ถือเป็นความเสี่ยงเล็กๆ หนึ่งในการลงทุนครับ

What is Forex?

"Forex คืออะไร? EUR/USDคืออะไร ความหมายของแต่ละคู่เงินเป็นยังไง!!!!!????"

 Advertisement

            ในบทความนี้เราจะมาอธิบายคำศัพท์คู่การลงทุน Forex ที่ฟังดูงงๆ เหล่านี้ให้พอกระจ่าง จะได้เทรดได้อย่างมั่นใจไม่มีผิดพลาด หรืออย่างน้อยเวลาอ่านบทวิเคราะห์ หรือ ฟังเค้าพูดกัน มือใหม่จะได้เข้าใจถูก ไม่เข้าใจผิดกันครับ ก่อนอื่นต้องบอกก่อนเลยว่าไม่มีใครที่รู้ทุกอย่างโดยเฉพาะถ้าไม่เคยคลุกคลีกับการเทรดมาก่อน เมื่อไม่มีความรู้มาก่อนจะไปรู้ได้อย่างไร "ผู้ไม่รู้ย่อมไม่ผิด แต่หากไม่รู้อาจจะทำผิดได้ หากไม่ศึกษาไม่ระมัดระวัง" ดังนั้นเรามาทำความเข้าใจคำศัพท์พื้นฐาน ในการเทรด Forex ที่เราควรรู้กันครับ

คำศัพท์พื้นฐาน
Forex::: หรือ FX ย่อมาจาก Foreign Exchange ก็คือ การแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ ครับ ไม่ใช่หุ้น(ตราสารทุน) ไม่ใช่ตราสารอนุพันธ์(ฟิวเจอร์, ออฟชั่น) กำไรจาก ฟอเร็กมาจาก ผลต่างของการแลกเปลี่ยนค่าเงินครับ เช่น เราใช้เงิน 30 บาท แลก 1 ดอลสหรัฐ เราก็นำเงินบาทไปแลกไว้ เพราะคาดว่าเงินบาทจะอ่อนตัว เวลาผ่านไป อัตราแลกเปลี่ยนมีการเปลี่ยนแปลง กลายเป็น 31 บาทต่อ 1 ดอล เราก็แลกเงินดอลกลับเป็นเงินบาท เราก็จะได้กำไร 1 บาท(เอาแบบง่ายๆ นะครับ) ในกรณีของคู่เงิน GBP/EUR แบบนี้ ก็คือเรา นำเงิน USD ไปซื้อ GBP ในเวลาเดียวกันก็ขาย EUR ออกไป(ลักษณะนี้เรียกเปิดสถานะ Long) และเมื่อเวลาผ่านไป เราก็ปิดสถานะโดยการ ซื้อEUR กลับ และขาย GBP ออกเพื่อปิดสถานะในราคา ณ ราคาตลาด ขาดทุนกำไรยังไง แปลงกลับมาในรูปของเงิน USD

คู่เงิน Forex


อักษรย่อของค่าเงิน
อักษรย่อของค่าเงิน จะมีด้วยกัน 3 ตัวอักษร เช่น THB USD GBP อักษร 2 ตัวแรก แทน ประเทศเจ้าของสกุลเงิน และอักษรตัวที่ 3 คือ สกุลเงิน อ่านแล้วอาจจะงงครับลองดูตัวอย่างกัน

USก็มาจาก United states dollar หรือ ดอลล่าสหรัฐฯAUD  ก็มาจาก Australian dollar หรือ ดอลล่าออสเตเรีย
GBP ก็มาจาก Great Britain Pond หรือ ปอนด์อังกฤษ (หรือ Pound sterling)

CAD  มาจาก Canadian dollar หรือ ดอลล่าแคนนาดา
NZD  มาจาก New zealand dollar หรือ ดอลล่านิวซีแลนด์
JPY  มาจาก Japanese Yen หรือ เงินเยนญี่ปุ่น
CHF มาจาก Swiss Franc  หรือ  สวิสฯ ฟรังก์ (หรือ Swissy)
EUR มาจาก Euros  หรือ  เงินยูโร ของกลุ่มประเทศยูโรโซน

*** รู้ไว้ประดับหัว --- ทั้งนี้ ค่าเงินมีมากมาย แต่ จะมีเงินสกุลหลักอยู่ 6 สกุล ที่มีน้ำหนักมาก และนำมาคิดในดัชนีดอลล่า หรือ เรียกว่า Dollar Index (ดัชนีที่วัดมูลค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ)โดยนำ เงิน 6สกุลหลักมาหารเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนัก(weight) ตามลำดับ ดังนี้ครับ
• Euro (EUR) 57.6% 
• Japanese yen (JPY) 13.6% 
• Pound sterling (GBP) 11.9% 
• Canadian dollar (CAD) 9.1%
• Swedish krona (SEK) 4.2% 
• Swiss franc (CHF) 3.6% 

เพราะ นิยมเอาเงินดอลล่า เป็นค้ากลางในการ เทียบสกุลเงินต่อสกุลเงิน และ เป็นค่ากลางในการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ อีกทั้ง ใช้ dollar index เทียบค่าของ ทองคำ เงิน น้ำมัน โลหะมีค่าต่างๆ ด้วย

***แต่เวลาที่เราเทรด เราก็มักจะเทรดค่าเงินที่มีสภาพคล่องสูง เช่น USD EUR JPY GBP CAD AUD CHF เป็นต้น***


คู่เงิน กับ คือ การจับคู่ของเงิน 2 สกุล
            ในการเทรด Forex นั้นจะเป็นการจับคู่กันของค่าเงิน 2 สกุล เช่น EUR/USD นั้น คือ เงินสกุลยูโรเทียบกับ ดอลล่าสหรัฐฯ
- หาก คู่เงิน EUR/USD หรือ E/U มีราคาตลาด 1.3200 ก็หมายความว่า ณ ขณะนั้นตลาดซื้อขาย 1.3200 ยูโร/ 1 ดอลล่าสหรัฐ
- หาก ราคาเปลี่ยนเป็น 1.3250 ก็หมายความว่า ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับ ดอลล่าสหรัฐ ตลาดซื้อขาย EUR/USD ที่ 1.3250 ยูโร / 1 ดอลล่าสหรัฐนั่นเอง
- ในทางตรงกันข้ามหาก ราคาลดลงเหลือ 1.2900 แสดงว่า เงินยูโรอ่อนค่าลง(หรือดอลล่าฯ แข็งค่าขึ้น) จนตลาดซื้อขายเพียง 1.2900 ยูโร/ดอลล่าสหรัฐ

ดังนั้นหากเวลาดูกราฟ อย่าได้สับสนไป เช่น หาก ดูกราฟ EUR/USD ให้เราดูเลยครับว่า หากค่าเงินไหนเป็นค่าเงินแรกค่าเงินนั้นแข็งกราฟจะขึ้นค่าเงินนั้นอ่อนกราฟจะลงครับ ตัวอย่างเช่น หาก USD แข็งค่า ก็แสดงว่าแข็งค่าเมื่อเทียบกับ EUR ดังนั้น EUR ก็มีแนวโน้มอ่อนค่ากราฟก็จะต้องลง นั่นเองครับ ซึ่งการขึ้นของกราฟ EUR จะจะขึ้นได้เพราะ 3 กรณีคือ 1. EUR แข็งค่า 2. USD อ่อนค่า 3. EURแข็งค่าในขณะเดียวกัน USD ก็อ่อนค่าลง ถ้าอย่างนี้กราฟจะเคลื่อนที่ได้รุนแรงกว่า 2 กรณีแรก

            คู่เงินที่เรามักจะเทรดกัน ก็มักจะเป็นคู่เงิน ที่มีสภาพคล่องสูง เช่น 
- EUR/USD ลักษณะเด่นก็คือ มีสภาพคล่องสุง เพราะเป็น 2 สกุลเงินหลักของโลก และมีการเทรดกันมากตลอดเวลา ดังนั้นค่าธรรมเนียมผลต่างระหว่างราคาเคาะซื้อ-เคาะขาย (Spread ) ต่ำที่สุด การเคลื่อนไหวไม่ผันผวนมากเหมาะสำหรับ นักเทรด Forex มือใหม่และมีเก๋า

- GBP/JPY เป็นคู่เงินที่มีความผันผวนสูง เหมาะสำหรับนักเทรดที่ชื่ชอบความเร้าใจ การเคลื่อนไหวมี range กว้าง จึงมีโอกาสทำผลกำไรได้มากกว่า และความเสี่ยงสูงกว่าด้วย

- GBP/USD คู่เงินที่เคลื่อนไหวระดับกลาง มีการเคลื่อนไหวไม่ผันผวนเกินไป และบ่อยครั้งที่การเคลื่อนไหวมีทิศทางชัดเจนดี จึงเป็นที่นิยมของนักเทรดจำนวนมาก


เขียนโดย::: นายคนนั้น แห่ง Thaiforexclub.blogspot.com

How to setting Thai Discussions in AGEA

ลงทุน Forex อย่างมั่นใจกับ ห้องสนทนาภาษาไทยใน AGEA 

            อย่างที่ได้บอกไปแล้วก่อนหน้านี้นะครับ ว่าในโปรแกรมแพลตฟอร์ม Novativa Streamster ของ โบรกเกอร์ AGEA นั้น คุณสามารถใช้บริการห้องสนทนาภาษาต่างๆ ได้ และที่สำคัญอย่างยิ่งมีห้องภาษาไทยก้วย ในห้องสนทนานี้คุณจะสามารถ พูดคุยแลกเปลี่ยน ข้อมูลการเทรด กับ นักลงทุน Forex คนอื่นๆ ด้วยครับ หรือจะสอบถามวิธีการใช้โปรแกรม หรือ ข้อสงสัยกับ ผู้คนอื่นๆ ในห้องแชตหรือ ห้องสนทนาของนักเทรดชาวไทยครับ

***แต่เบื้องต้น หลังจากสมัคร Forex ไปแล้ว ในการเข้าสู่โปรแกรมครั้งแรกนั้นคุณจะยัง มองไม่เห็น ห้องสนทนาภาษาไทยนะครับ คุณต้องจัดการ ตั้งค่านิดหน่อยเพื่อให้ใช้ห้องสนทนาภาษาไทยได้ครับ (ง่ายมากไม่ยากเลย ^^ ครับ)***


ขั้นตอนการใช้ห้องสนทนาภาษาไทย ใน AGEA

ภาษาไทย AGEA

1. เลือกเมนู Discussion ซึ่งจะอยู่เหนือหน้าจอที่ปกติจะเป็นหน้าจอกราฟ Forex นั่นแหละครับ
2. เลือกเมนู Group จะมีกล่องขึ้นมาเป็นรายชื่อ ห้องต่างๆ ที่สามารถเข้าไปร่วมพูดคุยข่าวคราวต่างๆ ได้
3. เลือก Thailand เพื่อเพิ่ม ห้องสนทนาภาษาไทยเข้าไปในโปรแกรมได้เลยครับผม ^^

เพียงเท่านี้คุณก็สามารถ ใช้ห้องสนทนาภาษาไทย พูดคุยเรื่องกราฟ แลกเปลี่ยนความรู้ พูดคุยสอบถาม หรือแลกเปลี่ยนเทคนิคการเล่น Forexกับคนไทยคนอื่นๆ ในโบรกเกอร์ AGEA ได้แล้วครับ จะคุยชิวๆ หรือ มีสาระก็ได้ครับ แต่ก็อย่าลืมว่าการลงทุนของคุณ ผู้ตัดสินใจสุดท้ายก็คือตัวคุณนะครับ ^^ ขอให้ประสบความสำเร็จกับการเทรด Forex ครับผม ^^

เมื่อ Forex กลายเป็นสินค้า

When money becomes Goods                          
เมื่อเงินกลายเป็นสินค้า

Advertisement


"ในยุคหนึ่งคนเคยใช้สินค้าแลกเปลี่ยนกันเอง เอาไก่มาแลกป้า เอาผ้าไปแลก ข้าว" ต่อมาคนเราได้ประดิษฐคิดค้นนวัตกรรมทางการค้าการขาย ก็เกิด การใช้ตัวกลางในการแลกเปลี่ยนขึ้น จนเกิดการสร้าง เงิน และ เรื่อยๆ มาจนถึงยุค เงินกระดาษ เงินเครดิต ในยุคนี้ที่เงินกลายเป็นสินค้า แม้แต่เงินที่เคยเป็นตัวกลางแลกเปลี่ยนในกิจกรรมทางเศรษฐกิจของมนุษย์ ก็กลายมาเป็นสินค้าที่ถูก ซื้อขาย เกร็งกำไร เสียเอง แน่นอนว่า ค่าของเงินก็เปลี่ยนผันผวนรวดเร็วในทุกวินาทีเลยก็ว่าได้    "การเกร็งกำไร ไม่ได้มีแต่ใน สินค้าโภคภัณฑ์ (Commodities) เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป ผู้คนโยกย้ายเงินจากการเกร็งกำไร ใน สินทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ สินค้าโภคภัณฑ์(ทั้ง น้ำมัน ทอง เหล็ก ยางพารา น้ำตาล และอีกสารพัด) และ ค่าเงิน(Forex) โยกไปโยกมา และสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำจากกระบวนการ การซื้อขายเหล่านี้"


แนวคิดเรื่องการทำงานให้ได้เงิน ของคนก็มีการเปลี่ยนไป จรึงหรือไม่ครับ? เริ่มมีความคิดเรื่อง เงินต่อเงิน หรือให้เงินทำงาน หรือแม้กระทั่ง ให้เงินทำเงิน เลยก็ได้เหมือนกัน หนึ่งในวิธีเหล่านั้น ก็คือการลงทุนใน รูปแบบต่างๆ และ อัตราแลกเปลี่ยน หรือ Forex เอง ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีการต่อยอด เงินของคุณ ให้งอกเงยได้เหมือนกัน



และอย่างที่เคยกล่าวไว้ เมื่อช่วงก่อนๆ นะครับ ตลาดเงินตราระหว่างประเทศ นั้นเป็นตลาดที่ ทำการ ซื้อขาย 24 ชั่วโมง จากการที่ธนาคาร แต่ละประเทศ มีเวลาคาบเกี่ยวกัน ที่อังกฤษ ปิด ที่ อเมริกาก็เปิด ที่อเมริกาปิด ออสเตรเลีย ก็เปิด อะไร ประมาณนี้ จำนวนเงินจึงไหลไปมา 24 ชั่วโมงทำการในวัน ทำงานปกติ(จันทร์-ศุกร์) และแม้บางประเทศหยุดทำการ ตลาดก็ยังคงมีการซื้อขายต่อเนื่อง ไม่หยุด ยกเว้น วันปีใหม่สากล(หรือวันสำคัญระดับโลก อื่นๆ) เท่านั้นเอง ดังนั้น ตลาด Forex จึงเป็นตลาดที่มีจำนวนเงิน ขนาดใหญ่มากที่สุด ในบรรดาการลงทุน ทั้งมวลที่มีอยู่ในโลกใบนี้ครับ อ่านมาถึงตรงนี้ เห็นโอกาสทำกำไรบ้างรึยังครับ ผมเองเริ่มเทรด Forex ได้ ก็เพราะ หาช่องทางการลงทุนให้กับตัวเอง เคยคิดจะ ขายของทางเน็ตเหมือนเพื่อน เหมือนกัน แต่ในเมื่อเงินกลายเป็นสินค้าได้ ค้าขายอะไรมันจะคล่องไปกว่า ค้าขายเงิน ล่ะครับ จริงรึเปล่า? อย่างไรก็ดี การลงทุนทุกรูปแบบนั้นมีความเสี่ยงครับ เราควรศึกษา และทราบที่มาที่ไป และเทคนิค หรือ ข้อมูลพื้นฐานเบื้องต้นของมันด้วยนะครับ ไม่ควรละเลย ดังนั้น ผมเองจึงเขียนบล๊อกเพื่อรวบรวมข้อมูล Forex ดีๆ เพื่อให้เพื่อนๆ นักลงทุนมีภูมิคุ้มกันที่ดีในการสร้างผลตอบแทนจาก ตลาด Forex แห่งนี้แหละครับ ถ้าขายเงินขายไม่ออก(ไม่ได้เทรด) ก็ยังเป็นเงินไม่เน่าไม่เสีย ถ้าขายได้กำไร เงินก็มากขึ้น ถ้า ขายขาดทุนก็เงินลดลงเท่านั้นเองครับ แต่หากศึกษาข้อมูลให้มากพอก็มีโอกาสทำกำไรได้มากกว่าขาดทุนอย่างแน่นอน

                                                                                                -           ขอให้ทุกท่าน มีความสุขครับ -