แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ค่าเงิน USD แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ค่าเงิน USD แสดงบทความทั้งหมด

เล่าเรื่องจากกราฟ กับ ประเด็นความผันผวนในการจัดตั้ง รัฐบาลของนิวซีแลนด์ 2017



ปัจจัยพื้นฐานของประเทศ ส่งผลต่อกราฟ Forex ยังไง? วันนี้จะมาเล่าเป็นฉากๆ ให้ฟังกันครับ ... :)


ทางเทคนิคคอลเค้าเชื่อกันว่า สถานการณ์ต่างๆ รวมทั้งการเมืองจะสะท้อนออกมาในกราฟราคาทั้งหมด แต่หากเราไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับสถานการณ์นั้นๆ เลย หรือละเลยปัจจัยพื้นฐานไป เราก็อาจจะผิดพลาดในการลงทุนจากความไม่เข้าใจ เพราะบางก็มีสิ่งที่เทคนิคคอลไม่สามารถอธิบายได้ การเคลื่อนไหวของราคาบางครั้งก็เกิดขึ้นฉับพลันทันด่วนโดยไม่ต้องรอแนวรับแนวต้าน ไม่มีสัญญาณใดๆ

และในหลายครั้ง การเคลื่อนไหวที่ถูกพล็อตออกมาเป็นแท่งเทียนที่เราเห็นนั้น ก็มีพล็อตเรื่องของจริงที่น่าสนใจไม่แพ้กัน

ช่วงกันยายน - ตุลาคม 2017 นี้ มีสถานการณ์การเมืองสำคัญที่ส่งผลต่อค่าเงินอยู่ หลายอย่าง ทั้ง Brexit (การถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักรอังกฤษ) ความไม่สงบในสเปนจากกลุ่มต่อต้าน หรือความตึงเครียดในคาบสมุทธเกาหลี และการเลือกตั้งนายกของนิวซีแลนด์แดนกีวี่

ค่าเงินที่ผมเลือกมายกตัวอย่างวันนี้ คือ  NZD/JPY คือ ดอลลาร์นิวซีแลนด์/เยนญี่ปุ่น  นั่นเอง

นิวซีแลนด์เป็นประเทศที่มี GDP สูงมากคือ ราว 4% ในปี 2016 ปกครองด้วยระบบประชาธิปไตย มีนายกบริหารประเทศ ส่วนญี่ปุ่น GDP ต่ำมาก คือราว 1%


การเลือกตั้ง คาดคาดหวังและการตอบสนองของตลาด


หัวข้อ ข่าว Forex  ที่ยกมาคือ การเลือกตั้งทั่วไปของนิวซีแลนด์ ที่ถูกจัดให้มีขึ้นในวันที่ 23 กันยายน 2017


Winston Peters ชายผู้เป็นกุญแจสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาล แม้พรรคตัวเองจะเป็นเพียงที่ 3 ก็ตาม



เมื่อวันที่ 23 ก.ย. :: พรรคเนชั่นแนล ปาร์ตี ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลของนิวซีแลนด์เดิม สามารถชนะการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาได้สำเร็จ แต่ว่าไม่ได้ครองเสียงข้างมากจึงไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ในทันทีเพราะได้จำนวนที่นั่งในสภาไม่ถึงครึ่ง 

โดยหลังนับคะแนนเสร็จสิ้นทั้งหมด พรรคของนายกรัฐมนตรีบิล อิงลิช ได้ 58 ที่นั่งจากจำนวนสมาชิก 121 ที่นั่ง ส่วนพรรคแรงงาน ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านที่นำโดยนางจาซินดา อาร์เดิร์น ได้ 45 ที่นั่ง ทำให้เกิดความไม่แน่นอนทางการเมืองขึ้นมาทันที (ตัวเลขจากข่าวกับรูปอาจไม่ตรงกันนะครับ)

โดย พรรคแรงงานได้จับมือกับพรรค กรีน ของนาย เจมส์ ชอว์ ทำให้ทั้งฝ่าย เนชั่นแนล และ พรรคแรงงานที่จำนวนที่นั่งพอๆ กัน พรรค เอนซีเฟิร์สของนาย วินสตันจึงเป็นเหมือนกุญแจสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาลเพราะ ทั้งสองฝ่ายต่างต้องการที่นั่งจำนวน 9 ที่นั่งนั่นเอง



-----------------------------------------------------




เรื่องเล่าจากกราฟ DAY

โซนสีฟ้า : โดยทั่วไปแล้ว ก่อนจะมีการเลือกตั้ง ตลาดหุ้นและค่าเงินอาจมีการแข็งค่าขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหาก Pre-Poll หรือผลสำรวจก่อนการเลือกตั้งค่อนข้างชัดเจน หรือ สร้างความมั่นใจให้นักลงทุนได้ และสถานการณ์การเมืองอยู่ในภาวะปกติ แต่บางกรณีกราฟก็อาจมีการ Sideways ถ้ามีความคลุมเครือไม่รู้ว่าใครจะได้รับเลือก

จะเห็นได้ว่า โซนสีฟ้า 2 สัปดาห์ก่อนการเลือกตั้งค่าเงิน NZD มีการแข็งค่าขึ้น



หมุดสีแดง : แจ๊คพอร์ตแตก!!! ก็ตอนที่ผล Exit-poll และผลการเล็กตั้งออกมาในวันอาทิตย์ (ตลาดปิดอยู่) ว่ารัฐบาลใหม่อาจต้องเป็นรัฐบาลผสม แถมสองฝ่ายจำนวนที่นั่งพอๆ กัน ลักษณะแบบนี้จึงทำให้เกิดความไม่แน่นอนทางการเมือง เพราะอาจเกิดการเปลี่ยนขั้วอำนาจได้ ซึ่งแน่นอนว่า หากพรรคที่ได้จัดตั้งรัฐบาลเปลี่ยนนโยบายการเงิน การคลัง เศรษฐกิจ สังคม เปลี่ยน ในความไม่แน่นอนเช่นนี้ ตลาดจึงถูกขายลงมาก่อน ทันทีในวันจันทร์

โซนสีชมพู : จากความผิดคาดทำให้ตลาดกลับมายืนบริเวณเดิมก่อนการเลือกตั้ง เพื่อตั้งหลักใหม่ นายวินส์ตัน หีวหน้าพรรค เอ็นซี ผู้เป็นกุญแจสำคัญประกาศ ในวันที่ 7 ตุลาคม 2017 ว่า กำลังพิจารณาข้อเสนอ และกำหนดวัน ประกาศ หลังจากมีความชัดเจนมากขึ้นตลาด ก็วิ่งขึ้นตามความชัดเจนที่มากขึ้น ใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ เช่นกัน โดยขอเวลาไม่เกิน 18 ตุลาคม 2017



เรื่องเล่าจากกราฟ 15นาที
ข่าวประกอบในภาพนี้มาจาก เพจของสำนักข่าว NZ herald 


จนกระทั่งวันที่ 18 ตุลาคม ความโกลาหล ก็ได้มาเยือนอีกครั้ง เมื่อ เส้นตายที่ นายวิส์ตัน ได้พูดถึงว่าจะสรุปผล ช่วงบ่ายของวัน (ซึ่งคือ 7 โมงเช้าเมืองไทย - 11 โมง แล้วแต่จะบ่ายอะไร) แต่เขาบอกว่ายังสรุปไม่ได้เลย ตอนบ่ายหลังกินข้าว ...ของเลื่อนการพิจารณาไปเป็นตอนสิ้นสุดวัน (สิ้นสุดวันคือสุดเวลาทำงานคือ 6 โมงเย็นบ้านเค้า) *เป็นเกมการเมือง*

วงกลมเล็กสีแดง : เราจะเห็นว่ารายนาที จะแสดงให้เห็นถึงหายนะความวุ่นวายในตลาดได้ดีมาก ทันที่ที่ ถึงเวลาบ่ายโมงตรง นักข่าวไปตามแกถึงร้านอาหาร แกก็ขอเวลาคิดต่อ กราฟค่าเงิน NZD และ ตลาดหุ้นนิวซีแลนด์ถูกขายทันที เพราะทุกอย่างเริ่มไม่ชัดเจนไปกว่าเดิมแล้ว

วงกลมใหญ่สีแดง : ถัดมาตอนใกล้หมดช่วงบ่าย แกก็บ่ายเบี่ยงต่อเพราะวินาทีนี้ อะไรๆ ก็เปลี่ยนแปลงได้ เราจะเห็นว่าเมื่อพูดแบบนี้ สองฝ่ายทั้งฝ่าย BUY และ SELL ปั่นป่วนมาก ตลาดไร้ทิศทางแกว่งตัวรุนแรงตามการคาดการของแต่ละฝ่าย

"ใช่พรรครัฐบาลเดิมไหม เขาได้มา 3 สมัยเลยนะ"
"หรือพรรคแรงงาน หัวหน้าพรรคคนใหม่ที่เป็นผู้หญิงนี้ Popular มากเลยนะทั้งๆ ที่พึ่งขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคได้สองเดือน"
"แล้วก็แย่งที่นั่งพรรค เนชั่นแนล จนตั้งรัฐบาลไม่ได้เลย ใครกันแน่ที่จะได้เป็นรัฐบาล???"




หวยออกที่นาง จาซินดา อาร์เดิร์น เข้าวิน และได้เป็นแกนนำรัฐบาล ผลก็คือตลาดถูก เท!! เพราะว่ามัน 1.พลิกล็อค 2.นโยบายพรรคแรงงานเน้นประชาชนในประเทศกว่า นักลงทุนต่างประเทศจึงถอยตั้งหลัก 3. การ Sell on Fact ซึ่งเป็นการขายทำกำไรหลังความชัดเจน


สรุปด้วยกราฟ รายชั่วโมง

กราฟรายชั่วโมง จาก MT4 ของเซิฟเวอร์โบรกเกอร์ XM


ตั้งแต่เริ่มเหตุการณ์ของวัน จะเห็นว่ากราฟปรับตัวขึ้นเป็นรายชั่วโมง ตั้งแต่เช้าของนิวซีแลนด์จนถึง บ่ายโมง ตามที่หัวหน้าพรรคที่เป็นกุญแจสำคัญได้บอกเอาไว้ว่าจะประกาศผลการตัดสินใจ

แต่พอเลื่อนออกไป กราฟปรับลงทันที และเมื่อ ยืดเวลาออกไปเรื่อยๆ จึงเกิดแรงขายทำกำไร กราฟไปย่ำซ้ำๆ อยู่บริเวณแนวรับเดิมซึ่งคือจุดเริ่มต้นของวัน และแกว่างตัวรุนแรงบริเวณนั้น ในที่สุดเมื่อผลออกมาตรงข้ามกับที่นักลงทุน และคนส่วนใหญ่คาดคิด หรือผลออกมาเป็นพรรคที่อาจ ทำให้เกิดการเปลี่ยนขั้วทางนโยบาย ก็จะเกิดการ เท

สุดวันของนิวซีแลนด์ กราฟ ลงมานิ่งเลย แม้กระทั่งในข่วงค่ำของไทยที่นิวซีแลนด์ปิดไปแล้ว และตลาดสหรัฐที่คึกคักที่สุดเปิด ค่าเงิน NZD ก็ยังคงถูกทิ้งให้เงียบเหงาไว้กลางทาง....ที่เป็นแบบนี้เพราะทุกคนต้องการความชัดเจนและรอดูว่าจะเป็นอย่างไรต่อไปนั่นเอง แม่ค่าเงิน NZD จะดิ่งลงมาเมื่อเทียบกับ JYP แล้ว แต่คู่อื่นก็ลงเช่นกัน แต่ดีตัวกลับไปได้ป็นส่วนใหฐ่ เช่น USD/JYP EUR/JYP AUD/JYP (บางตัวขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่เลยด้วยซ้ำ) แต่ NZD/JYP ไม่มีการรีบาวน์เลย และไม่เคลื่อนไหว เพราะปัจจัยด้านการเมืองยังคงกดดดันราคา และนักลงทุนรอทิศทางต่อไปอยู่นั่นเองครับ


ดูกราฟ NZD/JPY , USD/JPY , EUR/JPY เทียบกันหน่อยหลังระเบิดลง ^^




การเปลี่ยนแปลงของกราฟ Forex นั้นไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของเทคนิคคอลเท่านั้น แต่ปัจจัยพื้นฐาน ก็ส่งผลเช่นกัน และการศึกษาปัจจัยพื้นฐานก็จะทำให้คุณเข้าใจ และวางแผนการลงทุนได้ดียิ่งขึ้นนะครับ เพราะในกราฟมีเรื่องราวอยู่ บางอย่างเราต้องใช้ความเข้าใจเพิ่มเติม

ถ้าอยากเข้าใจเรื่องข่าวและการวิเคราะห์ข่าวมากขึ้น ก็ตามไปที่ลิงค์นี้ครับ ผมเคยเขียนอธิบายเอาไว้แล้ว ^^ >>> http://thaiforexclub.blogspot.com/p/blog-page_08.html


สำหรับใครที่อยากอ่านเพิ่มเติมว่า การเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของนานาประเทศมีผลอย่างไรต่อค่าเงิน Forex สามารถตามอ่านได้ที่(ภาษาอังกฤษนะครับ)  >>> http://www.investopedia.com/articles/forex/11/international-events-affect-forex.asp



News update 17 October 2017 : อิรัก อิหร่าน เกาหลีเหนือ และ ลุงทรัมป์


รวมข่าวที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจค่าเงิน ทองคำ และ Forex 17 ตุลาคม 2017



นับเป็นเรื่องน่ายินดี ที่อเมริกาประเทศเดียว สามารถเปิดศึกรอบด้านพร้อมๆ กัน ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและคาบสมุทธเกาหลี ถาโถมในขณะที่ลุงทรัมป์แห่งสหรัฐก็ทำการซ้อมรบร่วมกับประเทศโสมขาวเพื่อแสดงพลัง

ราคาทองคำ แตะเหนือ 1300 USD อีกครั้งด้วยความวิตกกังวลเกี่ยวกบสงครามย่อมๆ เมื่อเกาหลีเหนือขู่ ว่าจะถล่มเกาะกวมของสหรัฐด้วยอาวุธเทคโนโลยีใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน ถ้านี่เป็นเพียงการขู่ก็อาจจะทำให้ราคาทองที่พุ่งขึ้นไปถูกขายลงมาได้

นักลงทุนยังมีความกังวลเกี่ยวกับการที่สหรัฐอาจทำการคว่ำบาตรครั้งใหม่ต่ออิหร่าน สภาคองเกรซกำลังพิจารณาแบนประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่นี้อีกครั้งใน 90 วัน โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศไม่ให้การรับรองต่ออิหร่านในการปฏิบัติตามข้อตกลงนิวเคลียร์ที่มีการทำไว้ในปี 2558 โดยระบุว่า อิหร่านไม่ได้ปฏิบัติตามข้อตกลงนิวเคลียร์ ขณะที่มีการละเมิดหลายครั้ง

อิรัก ก็มีสงครามกลางเมืองอยู่และพึ่งจะยึดอาคารรัฐสภาคืนได้จากกลุ่มกบฏชาวเคิร์ด

ดูเหมือนว่าอเมริกาจะมีหลายอย่างต้องทำในช่วงสัปดาห์นี้ ในขณะที่ ดัชนีดาวโจนส์ทะยานขึ้น 17% เมื่อเทียบจากต้นปีและเฟด จ่อเตรียมขึ้นอัตราดอกเบี้ย และอัตราการว่างงานของสหรัฐลดเหลือเพียง 4.2% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ดีที่สุดในรอบ 16 ปี

เม็ดเงินไหลเข้าตลาดหุ้นทั่วโลกซึ่งเป็นสินทรัพย์เสี่ยงต่อเนื่องท่ามกลางภาวะความตึงเครียดในโลก
ในขณะเดียวกันก็ไหลเข้าตลาดทองคำที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย

ส่วนหุ้นไทยทะยานไปแตะ ดัชนี้ 1700 กว่าแล้วหลังไม่ได้เห็นมานาน
ขณะเดียวกันความตึงเครียดในตะวันออกกลางก็ได้กดดันราคาน้ำมันดิบให้พุ่งสูงขึ้นตามไปด้วยนะครับ
ในขณะที่ราคาทองแดง Copper กำลังทำระดับสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง

ประเด็นที่น่าจับตา : ความตึงเครียดในคาบสมุทธเกาหลี ระหว่างสหรัฐกับเกาหลีเหนือ อาจส่งผลการแกว่งตัวของราคาทองคำเนื่องจากราคาทองคำขึ้นมาค่อนข้างมาก และเริ่มถูกขายทำกำไร

การแข็งค่าของค่าเงิน USD จากการที่ตลาดหุ้นสหรัฐทำ new high ต่อเนื่อง และ ว่าที่ประธาน Fed คนใหม่ที่น่าจะเป็นที่ถูกอกถูกใจประธานธบดีสหรัฐคนปัจจุบันเป็นอย่างมาก :)

ค่าเงินดอลลาร์ USD ที่แข็งค่าขึ้นเทียบกับค่าเงินอื่น กดดันราคา พลังงาน และน้ำมัน


 Advertisement
           "บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบปิดตลาดในวันที่ 22 ก.ค. 2558 พบว่าน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ปรับลดลง 1.67 ดอลลาร์ ปิด ณ ราคา 49.19 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลนับเป็นช่วงนี้สองของปีนี้ ที่ ราคาน้ำมันดิบร่วงลงต่ำกว่า 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อีกครั้ง"  หลังจากพึ่ง ฟื้นตัวได้พักใหญ่ภายหลังเกิดวิกฤตราคาน้ำมันจากการที่กลุ่ม OPEC  มีมติไม่ลดกำลังการผลิตหลังเกิดปัญหา อุปทานล้น เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาทำให้ราคาน้ำมันร่วงลงอย่างรวดเร็ว (ที่มา:บางกอกโพส)

oil Price drop


            ทั้งนี้ประเทศสมาชิกโอเปก ยังได้แสดงความเห็นว่า สถานการณ์ราคาน้ำมันดิบนี้ อาจเป็นเพียงการปรับตัวลดลงมาในระยะเวลาอันสั้นๆ เท่านั้น และในไม่ช้าความต้องการน้ำมันจะฟื้นตัวอีกครั้ง ทั้งนี้ราคาน่าจะฟื้นตัวได้ดีกว่าในช่วงครึ่งปีแรก อีกทั้งยังให้ความเห็นว่า ราคาน้ำมันที่ปรับลดลงในขณะนี้ยังไม่กระทบต่อกระบวนการการผลิตและต้นทุนการผลิตน้ำมันดิบ และยังไม่มีผลกระทบต่อตัวเลขการส่งออกน้ำมันดิบของประเทศสมาชิก และเช่นเคย กลุ่ม OPEC จะไม่มีการแทรกแทรงราคาน้ำมันโดยการลดกำลังการผลิตน้ำมันลงเป็นแน่ และไม่มีนโยบายในการทำเช่นนั้นแน่นอนเพื่อรักษาส่วนแบ่งการตลาดของกลุ่มเอาไว้ นโยบายนี้คงไว้ จนกว่าจะมีกระประชุมกลุ่มผู้ค้าน้ำมันในครั้งต่อไปช่วงปลายปี ราวต้นเดือน ธันวาคม

โอเปก ราคาน้ำมัน
            "ในขณะเดียวกันเศรษฐกิจของโลกที่อยู่ในภาวะซบเซาและ เปราะบางก็ได้ส่งผลให้ ค่าเงิน Forex ทั่วโลกอยู่ในสภาวะปั่นป่วน" โดยแนวโน้มค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ มีแนวโน้มแข็งค่าเป็นพิเศษ หลังจาก ยุโรป กำลังเผชิญวิกฤตกรีซ ที่ไม่อาจชำระหนี้ที่ติดค้างแต่ ประเทศเจ้าหนี้ได้ ทำให้ค่าเงิน EUR อ่อนตัวลง และ USD แข็งค่าขึ้นเนื่องจากถูกคาดหวังว่าค่าเงินดอลลาร์สหรัฐจะมีความมั่นคงปลอดภัยกว่าในเวลานี้ ในฐานะที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย  (Safe Haven)

GOLD and USD

17 มกรา 2013 - ทองคำกับ ค่าเงิน USD:::          


 Advertisement

กราฟราคาทองคำ กับค่าเงิน USD มักจะ มีความสัมพันธ์กัน เราเรียกความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกันว่
า Correlation นะครับ Forex กับ Gold มันเกี่ยวข้องกันจริงๆ

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ การตอบรับของราคาทอง และ ค่าเงิน USD กับข่าวสารบางอย่างในตลาด อย่างวันนี้ทองคำกำลังชนแนวต้าน
ขาลงอยู่ (ขึ้นมาอย่างมากและไปต่อไม่ได้ ในบทความนี้ขอไม่พูดถึงเรื่องกราฟนะครับ) ประจวบกับ ข่าว การจ้างงานของสหรัฐออกมาดีกว่าคาด ทำให้ ค่าเงิน USD แข็งค่าขึ้น ตลาดก็เทขาย ทองคำ(Gold) และ เงิน(Silver) ออกมา เมื่อค่าเงิน USD แข็งค่าทองคำมักจะราคาตกนะครับ ในกรณีปกติ ^___^ ในทางตรงกันข้ามหาก ค่าเงิน USD อ่อนค่า ราคาทองคำมักจะ มีแนวโน้มแข็งค่าตามไปด้วย ราคาก็จะพุ่งสูงขึ้นครับ


ค่าเงิน USD กับราคาทองคำ

ดูกราฟ ราย 5 นาทีให้ระทึกใจเล่นไปแล้วนะครับ ลองมาดูกราฟราคาทองคำที่มี Scale ใหญ่ขึ้นมาเพื่อให้เห็นถึงพลังของข่าว กับแนวต้าน ที่มามีผลกับราคาทองคำ เมื่อมีข่าวมาช่วยกระตุ้น
.
กราฟทองคำ 17 มกราคม 2013
ภาพแสดง แนวรับแนวต้านของราคาทองคำ ในกราฟราย 4 ชั่วโมง วันที่ 17 มกราคม 2013

สรุป::: จะสังเกตเห็นว่า การตอบรับของราคาทองคำกับข่าว การขอรับสวัสดิการการว่างงานของสหรัฐอเมริกานั้น น่าจะเป็นคนละเรื่องเดียวกัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว เมื่อราคาทองคำขึ้นอยู่กับค่าเงิน USD แล้ว มันจึงกลายเป็น ปัจจัยสำคัญที่ชี้นำราคา และแนวโน้มราคาทองคำได้ครับ ดังนั้น อย่าละเลย ตัวเลขเศรษฐกิจ และแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐนะครับ หากเราสนใจทองคำ






ราคาทองคำและค่าเงิน USD ต้นเดือนธันวา


ทองคำขาลงอีกครั้ง

 Advertisement

เอากราฟราคาทอง วันนี้ (4 ธค 2012) มาให้ดูเล่นๆกัน ครับ พอดีได้คุยกับพี่บางคนที่จะแต่งงาน 555+ 
ราคาทองทะลุ 1703 ลงมาแล้วซึ่งเป็นแนวรับสำคัญ ลงมาจากนั้นก็มี Panic Sell น้อยๆ ออกมา แนวรับต่อไป ราวๆ 1692 และ 1686 ครับ การลงทุนช่วงนี้ต้องจับตาดูเป็นพิเศษเพราะเป็นโค้งสุดท้ายของปีแล้วล่ะครับ

สำหรับผู้ที่อยากจะซื้อทองคำ(Gold) เพื่อการสะสมหรือลงทุนรอซื้อทองแท่ง จะดีกว่า ทองรูปพรรณนะครับ ^^ เพราะว่าทำกำไรจากราคาได้ดีกว่า และไม่ต้องเสียค่ากำเหน็จ


แต่สำหรับคนที่เกร็งกำไรในตลาด Spot นั้นให้ชะลอดูการปรัยลงของราคาทองคำครับ ที่แนวรับ 1686 ครับซึ่งเป็นราคาที่ ค่าเฉลี่ยสำคัญ(เส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน) น่าจะมีการรีบาวน์ แต่การรีบาวน์นี้ ก็คงจะเป็นเพียงแค่การปรับขึ้นทางเทคนิค ระยะกลางราคาทองคำยังเป็นขาลงอยู่นะครับ





มาดูคู่เงิน Forex ต่างๆ กันบ้าง สำหรับค่าเงิน USD นั้น มีแนวโน้มแข็งค่า จากการที่ยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานเริ่ม ดีขึ้นเป็นลำดับ(ดีขึ้นคือต้องขอสวัสดิการลดลง) และผลพวงความกังวลจากมาตราการหน้าผาการคลัง ที่อาจส่งผลให้เม็ดเงินลงทุนจากสินทรัพย์เสี่ยงต่างๆ ไหลกลับเข้าสู่ตลาดเงิน ซึ่งนั่นก็หมายถึงเงิน USD เป็นผลให้มีแนวโน้มแข็งค่าในระยะนี้ครับ ส่งผลต่อ Gold และ คู่เงินที่เกี่ยวข้องกับ USD อีกด้วย

สาเหตุ: แนวโน้มเครดิต ธนาคารอินเดีย เป็น - และ ส่งผลความต้องการทองคำลด (อินเดียเป็นตลาดกายภาพใหญ่อันดับ 2 ของทอง)
วิกฤตการเงินสเปน และ Fiscal Cliff และ Christmas ^____^ ขอให้การลงทุนของทุกท่านประสบความสำเร็จนะครับ

QE3 จะเป็นจริงหรือไม่?

การจ้างงานถดถอยนำไปสู่ความหวัง QE3 ::::


 Advertisement

            เหตุเพราะ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร เมื่อวันศุกร์ออกมาย่ำแย่ แย่กว่าที่ตลาดคาดการณ์ถึง 27000 ราย (ตัวเลขนี้สำคัญมากๆ เพราะเป็นตัวเลขหลักในการพิจารณาเรื่อง ความฟื้นตัวหรือ ถดถอยของเศรษฐกิจ เพราะหลังจากเหตุการณ์ hamburger Crisis คนสหรัฐตกงานกันมากๆๆ) ประกอบการก่อนหน้านี้ที่การประชุมของ FOMC ในเดือนกันยายน 2012 ที่ แจ๊คสัน โฮล ประธาน นาย เบน เบอนัลเก้ FED ได้เปรยๆ ว่า สนับสนุนการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม หากเศรษฐกิจยังคงฟื้นตัวอย่างไม่มีเสถียรภาพ ทำให้คาดการณ์ว่าเร็วๆนี้ในการประชุมเดือน ตุลาคม 2012 FED อาจจะมีการประกาศใช้มาตราการ QE3 หรือการผ่อนคลายเชิงประมาณ ครั้งที่ 3 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจครับผม ^____^ เหตุการณ์นี้ทำให้ทองคำ GOLD ปรับตัวขึ้นอีก 35 USD/Oz มาอยู่ที่ 1735 USD/Oz ในเช้าวันจันทร์ และเป็นการขึ้นมาเทสแนวต้านสำคัญที่ 1740 USD/Oz เป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน ซึ่งกรอบราคาของทองคำกำลังยกตัวขึ้น เช่นเดียวกับ ค่าเงิน Forex คู่หลักๆ ที่เทียบกับค่าเงิน USD ล้วนแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องบนความคาดหวัง QE3 ที่อาจจะมีขึ้นในวัน พฤหัสที่จะถึงนี้




อ่านเพิ่มเติมจาก เว็บนี้ได้ครับ ^___^ เพิ่มเติม >>> http://www.bangkokbiznews.com

FED Press Release on June 20, 2012

สรุปผลการประชุม FOMC ของ FED ที่มีผลต่อค่าเงิน USD และทองคำ
           ข่าวของการประชุม FED หรือธนาคารกลางสหรัฐ เป็นข่าว Forex ที่มีความสำคัญมากนะครับ เพราะทุกครั้งที่นาย เบนเบอนัล เก้ ออกมาพูดหรือแถลงการณ์นโยบาย มักทำให้ตลาดเงินทั่วโลกและการลงทุนทั่วโลกปั่นปั่วนได้ทุกทีไป การลงทุน จึงต้องคอยติดตามข่าวและเรื่องราวสำคัฐเหล่านี้นะครับ

 Advertisement

 "ราคาทองคำโลกปิดปรับตัวลดลง $15.34/Oz มาอยู่ที่ $1,602.50/Oz โดยที่ราคาทองคำได้รับแรงกดดันจากเงิน USD ที่แข็งค่าขึ้นจากผลการประชุมของ FOMC เมื่อคืนวานนี้ โดยธนาคารกลางสหรัฐหรือ FED ประกาศคงเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นอยู่ในกรอบ 0-0.25 % จนถึงปี 2014 และยังมีมติให้ต่ออายุมาตรการ Operation Twist ไปจนถึงสิ้นปี 2012 นี้ อีกทั้งยังประกาศว่า FED พร้อมที่จะดำเนินมาตรการที่จำเป็นอื่นๆ ในการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมเพื่อทำให้เศรษฐกิจแข็งแกร่งขึ้น ทำให้นักลงทุนที่คาดหวังว่าจะเกิดมาตรการ QE3 ในเร็ววันนั้น ผิดหวังและ ทยอยขายทำกำไรในทองคำออกมาครับ"



FED กับ ราคาทองคำ
ราคาทองคำผันผวนมากหลังที่ FED ประกาศผลการประชุม ประมาณ 23.30 น. เวลาไทยในคืนวันที่ 20 มิถุนายน โดยแกว่งตัวประมาณ 30USD

โดยผลการประชุมวันนี้แล้ว มีใจความดังนี้คือ (Credit Thailand Investment Forum)

ผลการประชุม FED
อ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่ http://www.federalreserve.gov/newsevents/press/monetary/20120620a.htm


1. อัตราการว่างงานยังสูง รายจ่ายครัวเรือนขยายตัวในอัตราที่ต่ำลง ธุรกิจที่อยู่อาศัยยังย่ำแย่ เงินเฟ้อลดลง เนื่องจากราคาน้ำมันดิบที่ต่ำลง

2. ความอ่อนแอของภาคการเงินโลก ส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐมีความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญ 

3. เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและเพื่อจัดการเงินเฟ้อในอยู่ในระดับที่เหมาะสม จึงให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในระดับ 0.00% - 0.25% และคาดว่าจะรักษาไว้ที่ระดับนี้จนถึงปลายปี 2014

4. ให้คงนโยบายซื้อพันธบัตรระยะยาว (6-30 ปี) และขายพันธบัตรระยะสั้น (ไม่เกิน 3 ปี) เพื่อกดดอกเบี้ยระยะยาวโดยทั่วไปให้ต่ำลง ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้อีกทางหนึ่ง - Operation Twist

5. ให้คงนโยบายซื้อกลับ (Reinvest) ตราสารหนี้ที่ครบอายุ และพร้อมจะขยายวงเงินหากจำเป็น - Quantitative Easing (QE)

*ซึ่งผลการประชุมครั้งนี้ เสียงโหวตไม่เป็นเอกฉันท์ โดยมี 1 เสียงเห็นว่าควรยกเลิก Operation Twist ได้แล้ว*



"ผลกระทบที่เกิดขึ้นคือ ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ทองคำ โลหะเงิน มีการเทขายอออกมาครับ ส่วนค่าเงิน USD เมื่อเทียบกับ JPY และ EUR แม้กระทั่งเงินบาทของไทย ค่าเงิน USD แข็งขึ้นครับ"

When FED Chairman not talk about QE3

ขึ้นเพราะคาด QE3 ร่วงก็เพราะชวด QE3

 Advertisement

- หลายต่อหลายครั้งที่ ค่าเงินสกุล USD และทองคำ เคลื่อนไหวรุนแรงเพราะความคาดหวังเรื่อง QE3 นี้ ดังนั้นนักเทรด Forex และ Gold จำเป็นจะต้องรู้ให้ทันว่าเกิดอะไรขึ้น -

QE3 กับราคาทอง
กราฟราคาทองคำ ในวันที่ 8 มิถุนายน 2012 แสดงการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ จากความคาดหวัง QE3
            ก่อนหน้านี้ไม่กี่วันทองคำ พุ่งขึ้นกว่า 80 USD/Oz ในคืนเดียว เนืื่องด้วยผลกระทบจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาแย่เกินการคาดการณ์ของนักลงทุน ในคืนนั้นเองราคาทองคำก็ได้พุ่งสูงขึ้น อย่างมาก โดยมาเหตุผลมาจากสาเหตุใหญ่ๆ 3 ประการก็คือ 1. ราคาทองอยู่ในระดับต่ำ(ลงมามาก) 2. ความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจชะรอตัวส่งผลให้ทองคำ น่าสะสมในฐานะ สินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงมากขึ้น 3. ตัวเลขเศรษฐกิจ โดยเฉพาะตัวเลข อัตราการว่างงานที่ประกาศออกมา และการขอรับสวัสดิการการว่างงาน ของ USAที่ประกาศไปก่อนหน้านั้น ตกต่ำ จนทำให้คาดหมายว่า FED จะมีการใช้มาตราการ QE3 อีกครั้ง อ่านได้ที่ link นี้ >>>>  http://thaiforexclub.blogspot.com/2012/06/us-unemployment-rate-and-qe3.html

           แต่เมื่อคืนวันที่ 7 มิถุนายน (เวลาประมาณ 21.00 น. ในประเทศไทย) นาย เบน เบอร์นัลเก้ ประธาน ธนาคารกรางสหรัฐฯ หรือ FED ได้ออกมาแถลงการณ์ และไม่ได้พูดถึงการนำมาตราการ QE3 มาใช้เลย ก็ทำให้นักลงทุนต่างผิดหวัง ผลกระทบที่ออกมาคือ นักลงทุน เทขาย ทองคำ และสินทรัพย์ต่างๆ ออกมา ทำให้เราเห็นการปรับตัวลงของสินทรัพย์ต่างๆ อีกครั้งหนึ่ง ประกอบกับ ตัวเลขอัตราการของรับสวัสดิการการว่างงาน ลดลง ทำให้ค่าเงิน USD มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น ทำให้ทองคำปรับลง


19:30USD
Unemployment Claims
377K
381K
389K
21:00USD
Fed Chairman Bernanke Testifies


จะเห็นได้ว่า การเคลื่อนไหวของราคาทองคำ ยังคงตั้งอยู่บนความคาดหวังของมาตราการ ผ่อนคลายเชิงปริมาณครั้งที่ 3 หรือ QE3 ของสหรัฐฯเป็นอย่างมากนับเป็น ปัจจัยสำคัญอีกหนึ่งปัจจัยที่นักเทรด Forex นักเทรด Gold ต้องติดตามให้ดี เพราะเป็นตัวชี้ทิศทางได้เลยทีเดียวครับ

US Unemployment Rate and QE3

การจ้างงาน สหรัฐ ไม่ดี ส่อแวว QE3                        

 Advertisement


            "เป็นระยะเวลาหลายเดือนนับแต่ไตรมาสที่ 1 ของปี 2012 มา ตลาดโลกผิดหวังกับมาตราการ QE3 ของ FED ต่อเนื่องครับ บางทีก็มีหวังบางทีก็หมดหวัง" ทุกครั้งที่มีหวัง ราคาทองคำ ก็พุ่งชะรูด และเงิน USD ก็อ่อนยวบยาบ แต่ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์พลิกโผล ทองก็รูดกราวราวฟ้าถล่ม และเงินดอลก็แข็งขึ้นบ้างตามความคาดหวังเศรษฐกิจสหรัฐว่าจะ ฟื้นตัว อีกเหตุผลที่ทำให้ราคา ทองคำ และค่าเงิน ผันผวนมากช่วงที่ผ่านมาก็เห็นจะเป็นประเด็นหนี้สาธาณะให้โซนยูโรนั่นแหละครับ
            เมื่อทุกครั้งที่ เบน เบอนัลกี้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐออกมาพูด ว่า FED พร้อมใช้มาตราการทางการเงิน และเครื่องมือทางการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใด นักลงทุนทั่วโลกก็ปักใจตีความไปว่า นาย เบน หมายถึง QE3 นั่นเอง แต่แล้ว ราวๆ เดือนกว่ามาแล้ว ที่ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของ อเมริกา ดีขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน Unemployment Claim ที่ลดลง(ยิ่งลดยิ่งดี) ก็คือตัวเลขดีขึ้นเป็นลำดับทำให้ ความหวังจะเห็น QE3 นั้นน้อยลงไปทุกที แต่เมื่อใดที่ตัวเลขส่อแววไม่ดี ความคาดหวังจึงกลับมาใหม่ เป็นระรอกๆ จนกระทั่ง วันนี้ เดือนนี้ 1 มิถุนายน 2012 เดือนที่ FED จะมีประชุมสามัญประจำไตรมาส ซึ่งในเดือนนี้ คือเดือนที่ ผลต่อเนื่องของการทำการผ่อนคลายเชิงปริมาณทางการเงินครั้งที่ 2 หรือ QE2 จะหมดงอย่างสมบูรณ์ ทำให้ตลาดมีความคาดหมายว่า การประชุมที่จะเกิดขึ้น ในเดือนนี้ จะมีการต่ออายุมาตรการ QE หรือไม่ หรือจะมีมาตรการอะไรออกมานะครับ

แต่วันนี้คืนนี้เกิดอะไรขึ้น มาดูกันครับ
ผลของ Unemployment Rate
การปรับตัวขึ้นของกราฟ E/U จากการตอบรับข่าว อัตราการว่างงานของสหรัฐฯ
อธิบายกราฟ:: ก่อนการปรับขึ้นอย่างรุนแรงของ ค่าเงิน EUR/USD กราฟรูดลงไปก่อนครับ เพราะคาดว่าจะออกมาดี
แต่พอ 8.30 am ผออกมาไม่เป็นอย่างนั้น การเปลี่ยนแปลงอัตราการจ้างงานนอกภาคการเกษตร และอัตราการว่างงาน กลับออกมาไม่ดีครับ ทำให้เงินดอลถูกเทขายทันที แต่การอ่อนตัวลงของ ค่าเงิน USD นั้นถือว่าไม่มากนะครับ แต่เทียบกับการปรับขึ้นของสินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆ ได้แก่ Gold และ Silver รวมทั้งตลาดหุ้นสหรัฐฯ


8:30amUSD
Non-Farm Employment Change
69K
151K
77K
8:30amUSD

Unemployment Rate
8.2%
8.1%
8.1%

ทำไม USD จึงอ่อน?? เพราะว่า เมื่อตัวเลขการจ้างงานทั้ง 2 ออกมาไม่ดีนักลงทุนก็คาดว่า มีความเป็นไปได้ที่ FED จะใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น QE (พิมพ์เงินอีดฉีดเข้าระบบเศรษฐกิจ) ซึ่งจะทำให้ค่าเงิน USD อ่อนค่าแต่ไม่ได้อ่อนทันทีนะครับ อย่างวันนี้การอ่อนค่าของเงินดอล เป็นการเทขายเพื่อไปซื้อสินทรัพย์เสี่ยง เงินก็ไหลออกจากดอลไปเข้า GOLD เป็นต้น ดูกราฟกันครับ

ทองคำ กับ QE

ผลของการเคลื่อนย้ายเงินทุน::: จาก จุดต่ำของกราฟแท่งเทียน 4hr ต่ำสุดก่อนจะขึ้น 1545 อยู่บริเวณแะ ปัจจุบัน 1617USD/Oz ราวๆ กว่า 70 USD นะครับที่ปรับขึ้นมาใน 4 ชั่วโมง เพราะว่า ช่วงก่อนหน้านี้ ราคาทองคำเองก็ถูกกดดันจากเศรษฐกิจโลก เช่นเดียวกัน สินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆ และ การที่ ไม่มี QE3 ก็คือ จุดกลับเทรนเป็นขาลงของทองในรอบนี้ (ลงมาจากบริเวณ 1790 USD/Oz) พอมาความหวังเกี่ยวกับ QE3 ผู้ที่ขายทองคำไปก่อนหน้านี้ จึงมีความมั่นใจในการกลับเข้ามาถือครองทองคำมากขึ้น ดังนั้น Gold จึงเป็นสินทรัพย์ที่ดีดตัวขึ้นได้อย่างโดดเด่นที่สุดในช่วงนี้นะครับ


เขียนโดย::: นายคนนั้น แห่ง Thaiforexclub.blogspot.com (กรุณาใครเครดิตและ ยิงลิงค์กลับมาหากทำไปเผยแพร่ต่อครับ)



Gap ที่ ชนแนวต้าน E/U เช้าวันที่ 28 พฤษภาคม 2012


 Advertisement

           วันนี้เรามาตามติด Gap ที่เกิดขึ้นต้นสัปดาห์กันอีกสักครั้งกันครับ วันนี้ Forex ค่าเงิน EUR เปิดกระโดดขึ้นครับ แต่ขึ้นมาติดแนวต้านบริเวณ 1.2595 ซึ่งเป็นยอดสูงก่อนปิดตาดสัปดาห์ก่อนซึ่งก็เป็นเพียงแนวต้านเล็กๆ ซึ่งผู้เขียนคิดว่า กราฟจะชนแนวตรงนี้แล้วย่องมา อาาจะย่องมาที่เส้นค่าเฉี่ย 10 วัน (ของกราฟราย 15 นาที)ก็ได้ครับ จุดนั้นเป็นจุดที่น่าเสี่ยงเปิด Long Posiotion เพื่อรลุ้น รีบาวน์ขึ้นเหมือนกัน เพราะแม้ว่าจะไม่มีข่าวความเคื่อนไหวอะไรพิเศษแต่ ทางเทคนิคจากการปรับงแรงในสัปดาห์ที่แล้วน่าจะมีการดีดีกับเนื่องจาก  MACD มีการทะยานขึ้น เหนือจุด 0 อีกทั้ง ในสัปดาห์ที่แล้วค่าเงิน EUR/USD ลงมาเยอะมาก มากจนกระทั่ง ค่าเงิน EUR อ่อนตัวที่สุดในรอบ 22 เดือนครับ เพราะนักงทุนโยกเงินกลับไปถือครอบค่าเงิน USD กันซะมาก จากความกังวลเรื่อง กรีซ ในปลายสัปดาห์มีการประชุมของผู้นำเศรษฐกิจยูโร ยังคงคาดหวังให้ กรีซ อยู่ในยูโรต่อไปแต่ก็ยังไม่มีมาตราการที่แน่ชัดออกมาว่าจะทำอย่างไรกันนะครับ

            มาดูกราฟ E/U วันนี้กัน อาจจะลอง Long Position ที่ เส้น EMA 10 ในกราฟราย 15 นาที(ประมาณ 1.2580-1.2585) Stop loss ที่ 1.2560 เป้าหมายทำกำไร 1.2602 หรือหาก ทะลุ 1.2602 ไปก็ปล่อยยาว 1.2620 เล่นนิดๆ พอสนุกๆ นะครับ ^^

กราฟ E/U วันนี้

 หมายเหตุ::: บทความนี้เป็นเพียงความเห็นส่วนบุคคล ไม่ได้มีเจตนาชี้นำให้เกิดการลงทุน การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนโปรดใช้วิจารณญาณใจการตัดสินใจ ^^

Greece Crisis and E/U graph moving

ค่าเงิน EUR/USD ในความวิตกกังวลเรื่อง หนี้กรีซ
กราฟราคา และ สถานการณ์ปัจจุบัน


 Advertisement

            แน่นอนทีเดียวว่าความวิตกกังวลเกี่ยวกับ"หนี้สาธารณะของ กรีซ และประเทศในกลุ่มยูโรโซน" ไม่ใช่เรื่องราวใหม่ แต่เรื่องนี้ก็ได้สร้างความสั่นคลอนต่อเศรษฐกิจโลกและ ตลาดอัตราแลกเปลี่ยนอย่าง Forex มากทีเดียว แม้ในตอนนี้สาเหตุหลักที่ ตลาดเงินและตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลงต่อเนื่อง ก็เพราะความหวั่นวิตกในเรื่องดังกล่าวครับ
            ต้นเดือนพฤษภา เมื่อกรีซ และฝรั่งเศษ มีการเลือกตั้งผู้นำ ใหม่ ตลาดให้ผลตอบรับในทางลบเนื่องด้วย ผู้ที่ถูกคัดเลือกนั้น เป็นมาจากพรรคที่ไม่มีนโยบายสนับสนุนการควบคุมการใช้จ่ายทางการคลังที่เข้มงวด(ออกแนวประชานิยมเสียมากกว่า) ต่อมาพรรคที่ชนะการเลือกตั้งของ กรีซ ก็ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ เนื่องจากจำนวนที่นั่งไม่พอ ทำให้ต้องมีการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 17 มิถุนายน 2012 ทำเอาตลาดหุ้น และ สินค้าโภคภัณฑ์ ทั่วโลก ดิ่งหนัก เพราะความวิตกกังวล ถาโถมทวีขึ้น และ กรีซถูก ลดอันดับเครดิต พันธบัตรรัฐบาลลงที่ ระดับ CCC หรือ Junk bond ครับ

           ทางด้านกราฟราคา Forex ก็ได้สะท้อนความวิตกนี้เช่นเดียวกัน โดยจะเห็นได้ว่าราคามีการรูดลงต่อเนื่อง แลในกราฟ รายวัน เส้นราคาแท่งเทียน อยู่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 10 วัน(สีฟ้า) อย่างเห็นได้ชัด

กราฟ E/U วันที่ 23-05-2012 กราฟทำ New low ต่อเนื่อง เพราะ Panic Sell
จากกราฟ EUR/USD หรือ E/U นะครับ ลูกศรสีส้ม คือจุดที่เป็นจุด Short ครับ เมื่อกราฟ ตัดเส้นค่าเฉลี่ย 10 วันสีฟ้าลงมา แะกราฟวันต่อมาแท่งเทียนไม่สามารถยืนเหนือ MA 10 ได้ ซึ่งก็คือ 2-3 วันก่อนที่ผการเือกตั้งของกรีซจะออกมา สงเกตนะครับว่า ก่อนนั้น กราฟ ก็มีักษณะ side way กว้างๆ เพราะความไม่แน่นอนของยุโรปนั่นเอง หังจากกราฟตัด เส้นค่าเฉลี่ย 10 วันลงมาแล้ว ก็เกิด การทิ้งดิ่ง เกิด GAP ขึ้น แต่เป็น Gap ที่ใหญ่มาก ลักษณะนี้คือ มีเหตการณ์ผิดปกติครับ หรือ เกิด ตลาด Panic Sell กราฟจึงตกรูดลงมา สาเหตก็เพราะผลการเลือตั้งที่ได้กล่าวไปแล้วตอนต้น Gap แบบนี้ ปิดยากครับ เพราะ สถานการณ์มีแต่จะย่ำแย่ลงครับ สังเกตว่า กราฟแท่งเทียนจะอยู่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยอยู่ตลอดเลย ในวันนี้กราฟเองหังจากขึ้นไปชนเส้นค่าเฉลี่ย 10 วันแล้วก็เกิดแรงขายหนักลงมาและวันนี้ก็ทำ New low แบบนี้ ก็แสดงว่าการลงยังไม่สิ้นสุดแน่นอนครับ

ทำไมค่าเงิน USD ถึงแข็งค่าเมื่อเกิดวิกฤตยุโรป >>> สาเหตุเพราะ ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก จะทำให้นักลงทุนขายสินทรัพย์เสี่ยง อันได้แก่ หุ้น ค่าเงินที่มีปีญหา(EUR) และสินค้าโภคภัณฑ์ที่มีการเกร็งกำไรสูง เช่น น้ำมัน โลหะเงิน รวมถึงทองคำ ออกมา และดึงเงินกับไป ถือเงินสดหรือ ถือเงินสกุล USD ครับ ซึ่งคำว่าถือเงินสด ไม่ได้หมายถึงเงินสดเป็นเหรียญๆ หรือธนบัตรนะครับ แต่หมายถึง Bond หรือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งก๋เป็นคราสารทางการเงิน และการลงทุนรูปแบบหนึ่งครับ เพราะมีสภาพคล่องสูงโยกย้ายเงินง่ายครับนักเทรด Forex ต้องเข้าใจเรื่องนี้ด้วยนะครับ

มาตราการ QE คืออะไร? สำคัญยังไงกับนักเทรด Forex

มาตราการ QE ความหมาย และผลกระทบต่อค่าเงิน

          เป็นเวลานานนับที่ที่ทางธนาคารกลางสหรัฐ หรือ FED หยิบยกมาตราการผ่อนคลายเชิงปริมาณหรือ QE( Quantitative  Easing) มาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจหลังเกิดภาวะการซบเซาทางเศรษฐกิจโลก(โดยเฉพาะสหรัฐนี่แหละ) โดยการเพิ่มสภาพคล่องในระบบเงิน หรือ ที่เรียกว่ามาตราการ QE นี่แหละครับ หลายๆ ท่านก็ยัง งงๆ ว่า แล้วมันคืออะไร? ไอ้ QE เนี่ย มันจะมีผลกระทบอะไรกับเศรษฐกิจโลก วันนี้ขอยกคำอธิบาย ของกูรูด้านการเงินมาอธิบายให้หายข้อข้อใจกันครับ เพราะไอ้จะเรียกว่า QE ก็คือผ่อนคลายเชิงปริมาณ ผู้อ่านก็อาจจะงงงวยว่า ผ่อนคลายยังไง แล้วปริมาณอะไร?

Advertisement

    

มาตราการ QE คืออะไร? แล้วทำไปทำไม?
------------------------------------------------------------------------------------------------------------
          "Quantitative  Easing (QE) คืออะไร?? ในทางเศรษฐศาสตร์มาตรการ  QE  ถือเป็นนโยบายด้านการเงิน (Monetary  Policy) ซึ่งถูกใช้โดยธนาคารกลาง โดยการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเพิ่ม เป็นการเพิ่มสภาพคล่องให้กับสถาบันการเงินเพื่อนำไปปล่อยสินเชื่อเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอีกทอดหนึ่ง ทั้งนี้วิธีการในการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบทำได้โดยการที่ธนาคารกลางเข้าซื้อสินทรัพย์ทางการเงินจากสถาบันการเงินซึ่งอาจเป็นพันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้เอกชน หรือแม้กระทั่งตราสารหนี้ประเภทที่มีลูกหนี้สินเชื่อบ้านเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน "


          "ทำไมต้องใช้มาตรการ  QE โดยปกติแล้วธนาคารกลางโดยส่วนใหญ่จะเลือกใช้วิธีการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นอันดับแรกในยามที่เศรษฐกิจชะลอตัวหรือถดถอย รวมถึงเกิดปัญหากับสถาบันการเงิน แต่เมื่อธนาคารได้ลดอัตราดอกเบี้ยลงต่ำเกือบ 0% แล้วยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำได้อีก มาตรการ QE จึงถูกนำมาใช้ ดังนั้นผมจึงอยากจะชี้ประเด็นนี้ให้ทุกท่านทราบว่าการที่ธนาคารกลางสหรัฐ ญี่ปุ่น ที่ประกาศว่าจะใช้มาตรการQE รอบ 2 นั้น แท้ที่จริงแล้วเป็นข่าวร้ายต่อภาวะเศรษฐกิจโลก ซึ่งแสดงว่ามาตรการ  QE ที่ทำไปรอบแรกไม่เป็นผลเปรียบเสมือนคนไข้ที่ต้องให้ยาแรงเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ สำหรับมาตรการ  QE นั้นไม่ได้มีแต่ประโยชน์ แต่มีโทษที่ต้องระมัดระวังด้วย เพราะการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบนั้นมีโอกาสที่จะทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อได้ ดังนั้นหากท่านที่ติดตามบทความของผมคงจำได้ว่า ผมเคยเขียนเกี่ยวกับเรื่อง Exit Strategy ซึ่งคือมาตรการตรงกันข้ามกับ  QE เนื่องจากเป็นการดึงสภาพคล่องออกจากระบบนั่นเอง เพื่อลดความเสี่ยงเงินเฟ้อ ซึ่งผมเชื่อว่าจะกลับมาอีกครั้งหากพบสัญญาณของเงินเฟ้อ"


          (ที่มา โพสทูเดย์:: คุณ โดยสุกิจ อุดมศิริกุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนลูกค้าบุคคล บล.ไทยพาณิชย์)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------


          สรุปง่ายๆ ก็คือ สหรัฐผ่อนคลายความตึงเครียดทางการเงิน โดยการเพิ่มปริมาณเงินเข้ามาในระบบเศรษฐกิจ แต่เค้าไม่ได้ กู้มาแจกหรือเอาเงินคลังมาใช้เหมือนพี่ไทยนะครับ เค้ามีวิธีเหนือเมฆ พิมพ์แบงค์กันไปเลย!!!

          โดยตลอด หลายปีผ่านมา เศรษฐกิจสหรัฐต้องประสบกับ วิกฤตทางการเงินครั้งใหญ่ หรือ Humberger crisis สถานบันการเงิน และภาคการผลิต หลายๆอย่าง แจ้งระเนระนาด โดยจุดเริ่มต้น มาจากการขาดสภาพคล่องใน ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ที่มีการเกร็งกำไรสูงในสหรัฐ เมื่ออสังหาล้ม สถาบันการเงินก็ล้มตาม และสุดท้าย ผู้คนก็กลัวและลดการใช้จ่าย ธุรกิจต่างๆ ก็ซบเซา และมีอีกหลายปัจจัย หลายเหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่างปี 2008-2011 นี้ กว่าจะเริ่มฟื้นขึ้นมาได้ ก็ใช้เวลาพอสมควรอยู่นะครับ

          หนึ่งในมาตราการที่สหรัฐใช้ ก็คือ QE นี่แหละครับ โดย การอัดฉีดเงินเข้าระบบ นั้น เงินมาจากไหนเอ่ย? เมื่อไม่มีเงิน ก็ต้องเสกมันมาครับ โดยการพิมเพิ่มก็ว่ากันไป สรุปถ้วนกระบวนความก็มีเงินเข้ามาในระบบ เพิ่มมากขึ้น เอาสั้นๆ (นโยบายที่เกี่ยวข้องก็มี ลดภาษีนิติบุคคล เหลือ 0-1% และอื่นๆ) โดย เฟดเริ่มดำเนินนโยบาย QE ในปลายปี 2551 จนสิ้นสุดเดือน มี.ค. 2553 เรื่อยมาจน QE 2 ที่พึ่งจบไปในเดือน มิถุนายน 2554 ที่ผ่านมา

แล้วมาตราการผ่อนคลายเชิงปริมาณ หรือ QE เนี่ย ส่งผลอย่างไรกับ ตลาด Forex?

1)   อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลจะลดต่ำลงและดึงให้อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลลดลงผลที่ตามมาคืออัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในระบบจะลดลง (***ดอกเบี้ยพันธบัตรลด เกี่ยวพันกับการอ่อนค่าของค่าเงินครับ**)
2) ปริมาณเงินในระบบ เศรษฐกิจจะเพิ่มขึ้นเนื่องจาก เงินถูกผลิตเพิ่มเข้ามา และจะทำให้เกิดสภาพคล่องในการใช้จ่ายของภาคธุรกิจ และภาคประชาชนด้วยในระยะแรกๆ แต่จะทำให้เิกิดภาวะเงินเฟ้อได้ในระยะต่อไป ซึ่งก็คือ ***เงินมีปริมาณมากขึ้น สินค้าจะแพงขึ้น นั่นหมายความว่าค่าเงิน อ่อนลง***
3) จากข้อ 1-2 จะทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง ซึ่งในทางเศรษบกิจสำหรับประเทศที่กำลังซบเซา คนตกงาน เกือบ 10% อย่างสหรัฐอเมริกาในตอนนี้นั้น จะทำให้สหรัฐส่งออกสินค้าไปยังประเทศต่างๆ ได้มากขึ้นนำพารายได้และผลกำไรให้เข้ากระเป๋านักธุรกิจที่ผลิตและส่งออก เมื่อเงินเริ่มกลับมา จะทำให้การจ้างงานให้เพิ่มขึ้นและช่วยลดอัตราการว่างให้ต่ำลง คนก็มีงานทำกล้าใช้สอยมาหขึ้นเศรษฐกิจก็จะพื้นตัวได้
*** ซึ่ง 3 ข้อนี้ ต้องใช้เวลานะครับ แต่ตลาดเงินนั่นนะสิ ปรับตัวกัน ไปก่อนและสะท้อนความคาดหวังได้เร็วกว่าความเป็นจริงซะอีก นั่น คือ ช่องทางแสวงหากำไรจะค่าเงิน USD ของเราครับ โดยถ้าพิจารณาจากทั้ง 3 ข้อแล้ว เราก็จะพบว่า ค่าเงิน USD จะมีแนวโน้มอ่อนค่า***

มาดูกราฟทางเทคนิคที่ตอบสนองต่อปัจจัยพื้นฐานกัน 
QE คืออะไร
(((QE2 เริ่ม ... ในเดือน พฤศจิกายน 2553 - มิถุนายน 2554))))
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
และ เนื่องจาก ค่าเงิน USD นั้น เป็นค่าเงินกลางในการอ้างอิงกับราคา ทองคำ และสินค้าโภคภัณฑ์ อื่นๆ ด้วย การอ่อนค่าลงของ USD จะส่งผล + ต่อราคาทองคำและโลหะมีค่าอื่นๆ เป็นเงาตามตัว
QE ผลกระทบ

          มาตราการทางการเงิน และนโยบายทางเศรษฐกิจต่างๆ นั้น ย่อมส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของค่าเงิน นักลงทุน และนักเกร็งกำไร Forex ก็จำเป็นต้องติดตามหรือมีความรู้เอาไว้บ้าง นอกจากจะช่วยสร้างโอกาสทำกำไรให้กับคุณๆ แล้ว ยังเป็นความเข้าใจในเรื่องเศรษฐกิจให้กับคุณด้วยครับ