แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Thai Forex Club แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Thai Forex Club แสดงบทความทั้งหมด

เล่าเรื่องจากกราฟ กับ ประเด็นความผันผวนในการจัดตั้ง รัฐบาลของนิวซีแลนด์ 2017



ปัจจัยพื้นฐานของประเทศ ส่งผลต่อกราฟ Forex ยังไง? วันนี้จะมาเล่าเป็นฉากๆ ให้ฟังกันครับ ... :)


ทางเทคนิคคอลเค้าเชื่อกันว่า สถานการณ์ต่างๆ รวมทั้งการเมืองจะสะท้อนออกมาในกราฟราคาทั้งหมด แต่หากเราไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับสถานการณ์นั้นๆ เลย หรือละเลยปัจจัยพื้นฐานไป เราก็อาจจะผิดพลาดในการลงทุนจากความไม่เข้าใจ เพราะบางก็มีสิ่งที่เทคนิคคอลไม่สามารถอธิบายได้ การเคลื่อนไหวของราคาบางครั้งก็เกิดขึ้นฉับพลันทันด่วนโดยไม่ต้องรอแนวรับแนวต้าน ไม่มีสัญญาณใดๆ

และในหลายครั้ง การเคลื่อนไหวที่ถูกพล็อตออกมาเป็นแท่งเทียนที่เราเห็นนั้น ก็มีพล็อตเรื่องของจริงที่น่าสนใจไม่แพ้กัน

ช่วงกันยายน - ตุลาคม 2017 นี้ มีสถานการณ์การเมืองสำคัญที่ส่งผลต่อค่าเงินอยู่ หลายอย่าง ทั้ง Brexit (การถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักรอังกฤษ) ความไม่สงบในสเปนจากกลุ่มต่อต้าน หรือความตึงเครียดในคาบสมุทธเกาหลี และการเลือกตั้งนายกของนิวซีแลนด์แดนกีวี่

ค่าเงินที่ผมเลือกมายกตัวอย่างวันนี้ คือ  NZD/JPY คือ ดอลลาร์นิวซีแลนด์/เยนญี่ปุ่น  นั่นเอง

นิวซีแลนด์เป็นประเทศที่มี GDP สูงมากคือ ราว 4% ในปี 2016 ปกครองด้วยระบบประชาธิปไตย มีนายกบริหารประเทศ ส่วนญี่ปุ่น GDP ต่ำมาก คือราว 1%


การเลือกตั้ง คาดคาดหวังและการตอบสนองของตลาด


หัวข้อ ข่าว Forex  ที่ยกมาคือ การเลือกตั้งทั่วไปของนิวซีแลนด์ ที่ถูกจัดให้มีขึ้นในวันที่ 23 กันยายน 2017


Winston Peters ชายผู้เป็นกุญแจสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาล แม้พรรคตัวเองจะเป็นเพียงที่ 3 ก็ตาม



เมื่อวันที่ 23 ก.ย. :: พรรคเนชั่นแนล ปาร์ตี ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลของนิวซีแลนด์เดิม สามารถชนะการเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาได้สำเร็จ แต่ว่าไม่ได้ครองเสียงข้างมากจึงไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ในทันทีเพราะได้จำนวนที่นั่งในสภาไม่ถึงครึ่ง 

โดยหลังนับคะแนนเสร็จสิ้นทั้งหมด พรรคของนายกรัฐมนตรีบิล อิงลิช ได้ 58 ที่นั่งจากจำนวนสมาชิก 121 ที่นั่ง ส่วนพรรคแรงงาน ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านที่นำโดยนางจาซินดา อาร์เดิร์น ได้ 45 ที่นั่ง ทำให้เกิดความไม่แน่นอนทางการเมืองขึ้นมาทันที (ตัวเลขจากข่าวกับรูปอาจไม่ตรงกันนะครับ)

โดย พรรคแรงงานได้จับมือกับพรรค กรีน ของนาย เจมส์ ชอว์ ทำให้ทั้งฝ่าย เนชั่นแนล และ พรรคแรงงานที่จำนวนที่นั่งพอๆ กัน พรรค เอนซีเฟิร์สของนาย วินสตันจึงเป็นเหมือนกุญแจสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาลเพราะ ทั้งสองฝ่ายต่างต้องการที่นั่งจำนวน 9 ที่นั่งนั่นเอง



-----------------------------------------------------




เรื่องเล่าจากกราฟ DAY

โซนสีฟ้า : โดยทั่วไปแล้ว ก่อนจะมีการเลือกตั้ง ตลาดหุ้นและค่าเงินอาจมีการแข็งค่าขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหาก Pre-Poll หรือผลสำรวจก่อนการเลือกตั้งค่อนข้างชัดเจน หรือ สร้างความมั่นใจให้นักลงทุนได้ และสถานการณ์การเมืองอยู่ในภาวะปกติ แต่บางกรณีกราฟก็อาจมีการ Sideways ถ้ามีความคลุมเครือไม่รู้ว่าใครจะได้รับเลือก

จะเห็นได้ว่า โซนสีฟ้า 2 สัปดาห์ก่อนการเลือกตั้งค่าเงิน NZD มีการแข็งค่าขึ้น



หมุดสีแดง : แจ๊คพอร์ตแตก!!! ก็ตอนที่ผล Exit-poll และผลการเล็กตั้งออกมาในวันอาทิตย์ (ตลาดปิดอยู่) ว่ารัฐบาลใหม่อาจต้องเป็นรัฐบาลผสม แถมสองฝ่ายจำนวนที่นั่งพอๆ กัน ลักษณะแบบนี้จึงทำให้เกิดความไม่แน่นอนทางการเมือง เพราะอาจเกิดการเปลี่ยนขั้วอำนาจได้ ซึ่งแน่นอนว่า หากพรรคที่ได้จัดตั้งรัฐบาลเปลี่ยนนโยบายการเงิน การคลัง เศรษฐกิจ สังคม เปลี่ยน ในความไม่แน่นอนเช่นนี้ ตลาดจึงถูกขายลงมาก่อน ทันทีในวันจันทร์

โซนสีชมพู : จากความผิดคาดทำให้ตลาดกลับมายืนบริเวณเดิมก่อนการเลือกตั้ง เพื่อตั้งหลักใหม่ นายวินส์ตัน หีวหน้าพรรค เอ็นซี ผู้เป็นกุญแจสำคัญประกาศ ในวันที่ 7 ตุลาคม 2017 ว่า กำลังพิจารณาข้อเสนอ และกำหนดวัน ประกาศ หลังจากมีความชัดเจนมากขึ้นตลาด ก็วิ่งขึ้นตามความชัดเจนที่มากขึ้น ใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ เช่นกัน โดยขอเวลาไม่เกิน 18 ตุลาคม 2017



เรื่องเล่าจากกราฟ 15นาที
ข่าวประกอบในภาพนี้มาจาก เพจของสำนักข่าว NZ herald 


จนกระทั่งวันที่ 18 ตุลาคม ความโกลาหล ก็ได้มาเยือนอีกครั้ง เมื่อ เส้นตายที่ นายวิส์ตัน ได้พูดถึงว่าจะสรุปผล ช่วงบ่ายของวัน (ซึ่งคือ 7 โมงเช้าเมืองไทย - 11 โมง แล้วแต่จะบ่ายอะไร) แต่เขาบอกว่ายังสรุปไม่ได้เลย ตอนบ่ายหลังกินข้าว ...ของเลื่อนการพิจารณาไปเป็นตอนสิ้นสุดวัน (สิ้นสุดวันคือสุดเวลาทำงานคือ 6 โมงเย็นบ้านเค้า) *เป็นเกมการเมือง*

วงกลมเล็กสีแดง : เราจะเห็นว่ารายนาที จะแสดงให้เห็นถึงหายนะความวุ่นวายในตลาดได้ดีมาก ทันที่ที่ ถึงเวลาบ่ายโมงตรง นักข่าวไปตามแกถึงร้านอาหาร แกก็ขอเวลาคิดต่อ กราฟค่าเงิน NZD และ ตลาดหุ้นนิวซีแลนด์ถูกขายทันที เพราะทุกอย่างเริ่มไม่ชัดเจนไปกว่าเดิมแล้ว

วงกลมใหญ่สีแดง : ถัดมาตอนใกล้หมดช่วงบ่าย แกก็บ่ายเบี่ยงต่อเพราะวินาทีนี้ อะไรๆ ก็เปลี่ยนแปลงได้ เราจะเห็นว่าเมื่อพูดแบบนี้ สองฝ่ายทั้งฝ่าย BUY และ SELL ปั่นป่วนมาก ตลาดไร้ทิศทางแกว่งตัวรุนแรงตามการคาดการของแต่ละฝ่าย

"ใช่พรรครัฐบาลเดิมไหม เขาได้มา 3 สมัยเลยนะ"
"หรือพรรคแรงงาน หัวหน้าพรรคคนใหม่ที่เป็นผู้หญิงนี้ Popular มากเลยนะทั้งๆ ที่พึ่งขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคได้สองเดือน"
"แล้วก็แย่งที่นั่งพรรค เนชั่นแนล จนตั้งรัฐบาลไม่ได้เลย ใครกันแน่ที่จะได้เป็นรัฐบาล???"




หวยออกที่นาง จาซินดา อาร์เดิร์น เข้าวิน และได้เป็นแกนนำรัฐบาล ผลก็คือตลาดถูก เท!! เพราะว่ามัน 1.พลิกล็อค 2.นโยบายพรรคแรงงานเน้นประชาชนในประเทศกว่า นักลงทุนต่างประเทศจึงถอยตั้งหลัก 3. การ Sell on Fact ซึ่งเป็นการขายทำกำไรหลังความชัดเจน


สรุปด้วยกราฟ รายชั่วโมง

กราฟรายชั่วโมง จาก MT4 ของเซิฟเวอร์โบรกเกอร์ XM


ตั้งแต่เริ่มเหตุการณ์ของวัน จะเห็นว่ากราฟปรับตัวขึ้นเป็นรายชั่วโมง ตั้งแต่เช้าของนิวซีแลนด์จนถึง บ่ายโมง ตามที่หัวหน้าพรรคที่เป็นกุญแจสำคัญได้บอกเอาไว้ว่าจะประกาศผลการตัดสินใจ

แต่พอเลื่อนออกไป กราฟปรับลงทันที และเมื่อ ยืดเวลาออกไปเรื่อยๆ จึงเกิดแรงขายทำกำไร กราฟไปย่ำซ้ำๆ อยู่บริเวณแนวรับเดิมซึ่งคือจุดเริ่มต้นของวัน และแกว่างตัวรุนแรงบริเวณนั้น ในที่สุดเมื่อผลออกมาตรงข้ามกับที่นักลงทุน และคนส่วนใหญ่คาดคิด หรือผลออกมาเป็นพรรคที่อาจ ทำให้เกิดการเปลี่ยนขั้วทางนโยบาย ก็จะเกิดการ เท

สุดวันของนิวซีแลนด์ กราฟ ลงมานิ่งเลย แม้กระทั่งในข่วงค่ำของไทยที่นิวซีแลนด์ปิดไปแล้ว และตลาดสหรัฐที่คึกคักที่สุดเปิด ค่าเงิน NZD ก็ยังคงถูกทิ้งให้เงียบเหงาไว้กลางทาง....ที่เป็นแบบนี้เพราะทุกคนต้องการความชัดเจนและรอดูว่าจะเป็นอย่างไรต่อไปนั่นเอง แม่ค่าเงิน NZD จะดิ่งลงมาเมื่อเทียบกับ JYP แล้ว แต่คู่อื่นก็ลงเช่นกัน แต่ดีตัวกลับไปได้ป็นส่วนใหฐ่ เช่น USD/JYP EUR/JYP AUD/JYP (บางตัวขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่เลยด้วยซ้ำ) แต่ NZD/JYP ไม่มีการรีบาวน์เลย และไม่เคลื่อนไหว เพราะปัจจัยด้านการเมืองยังคงกดดดันราคา และนักลงทุนรอทิศทางต่อไปอยู่นั่นเองครับ


ดูกราฟ NZD/JPY , USD/JPY , EUR/JPY เทียบกันหน่อยหลังระเบิดลง ^^




การเปลี่ยนแปลงของกราฟ Forex นั้นไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของเทคนิคคอลเท่านั้น แต่ปัจจัยพื้นฐาน ก็ส่งผลเช่นกัน และการศึกษาปัจจัยพื้นฐานก็จะทำให้คุณเข้าใจ และวางแผนการลงทุนได้ดียิ่งขึ้นนะครับ เพราะในกราฟมีเรื่องราวอยู่ บางอย่างเราต้องใช้ความเข้าใจเพิ่มเติม

ถ้าอยากเข้าใจเรื่องข่าวและการวิเคราะห์ข่าวมากขึ้น ก็ตามไปที่ลิงค์นี้ครับ ผมเคยเขียนอธิบายเอาไว้แล้ว ^^ >>> http://thaiforexclub.blogspot.com/p/blog-page_08.html


สำหรับใครที่อยากอ่านเพิ่มเติมว่า การเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของนานาประเทศมีผลอย่างไรต่อค่าเงิน Forex สามารถตามอ่านได้ที่(ภาษาอังกฤษนะครับ)  >>> http://www.investopedia.com/articles/forex/11/international-events-affect-forex.asp



News update 17 October 2017 : อิรัก อิหร่าน เกาหลีเหนือ และ ลุงทรัมป์


รวมข่าวที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจค่าเงิน ทองคำ และ Forex 17 ตุลาคม 2017



นับเป็นเรื่องน่ายินดี ที่อเมริกาประเทศเดียว สามารถเปิดศึกรอบด้านพร้อมๆ กัน ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและคาบสมุทธเกาหลี ถาโถมในขณะที่ลุงทรัมป์แห่งสหรัฐก็ทำการซ้อมรบร่วมกับประเทศโสมขาวเพื่อแสดงพลัง

ราคาทองคำ แตะเหนือ 1300 USD อีกครั้งด้วยความวิตกกังวลเกี่ยวกบสงครามย่อมๆ เมื่อเกาหลีเหนือขู่ ว่าจะถล่มเกาะกวมของสหรัฐด้วยอาวุธเทคโนโลยีใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน ถ้านี่เป็นเพียงการขู่ก็อาจจะทำให้ราคาทองที่พุ่งขึ้นไปถูกขายลงมาได้

นักลงทุนยังมีความกังวลเกี่ยวกับการที่สหรัฐอาจทำการคว่ำบาตรครั้งใหม่ต่ออิหร่าน สภาคองเกรซกำลังพิจารณาแบนประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่นี้อีกครั้งใน 90 วัน โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศไม่ให้การรับรองต่ออิหร่านในการปฏิบัติตามข้อตกลงนิวเคลียร์ที่มีการทำไว้ในปี 2558 โดยระบุว่า อิหร่านไม่ได้ปฏิบัติตามข้อตกลงนิวเคลียร์ ขณะที่มีการละเมิดหลายครั้ง

อิรัก ก็มีสงครามกลางเมืองอยู่และพึ่งจะยึดอาคารรัฐสภาคืนได้จากกลุ่มกบฏชาวเคิร์ด

ดูเหมือนว่าอเมริกาจะมีหลายอย่างต้องทำในช่วงสัปดาห์นี้ ในขณะที่ ดัชนีดาวโจนส์ทะยานขึ้น 17% เมื่อเทียบจากต้นปีและเฟด จ่อเตรียมขึ้นอัตราดอกเบี้ย และอัตราการว่างงานของสหรัฐลดเหลือเพียง 4.2% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ดีที่สุดในรอบ 16 ปี

เม็ดเงินไหลเข้าตลาดหุ้นทั่วโลกซึ่งเป็นสินทรัพย์เสี่ยงต่อเนื่องท่ามกลางภาวะความตึงเครียดในโลก
ในขณะเดียวกันก็ไหลเข้าตลาดทองคำที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย

ส่วนหุ้นไทยทะยานไปแตะ ดัชนี้ 1700 กว่าแล้วหลังไม่ได้เห็นมานาน
ขณะเดียวกันความตึงเครียดในตะวันออกกลางก็ได้กดดันราคาน้ำมันดิบให้พุ่งสูงขึ้นตามไปด้วยนะครับ
ในขณะที่ราคาทองแดง Copper กำลังทำระดับสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง

ประเด็นที่น่าจับตา : ความตึงเครียดในคาบสมุทธเกาหลี ระหว่างสหรัฐกับเกาหลีเหนือ อาจส่งผลการแกว่งตัวของราคาทองคำเนื่องจากราคาทองคำขึ้นมาค่อนข้างมาก และเริ่มถูกขายทำกำไร

การแข็งค่าของค่าเงิน USD จากการที่ตลาดหุ้นสหรัฐทำ new high ต่อเนื่อง และ ว่าที่ประธาน Fed คนใหม่ที่น่าจะเป็นที่ถูกอกถูกใจประธานธบดีสหรัฐคนปัจจุบันเป็นอย่างมาก :)

Gold Updated 7 พฤษภาคม 2017

ราคาทองคำ กราฟ Day 



ทองคำร่วงลงมายาวหลังจาก FED ประกาศตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในคืนวันพุธ ตี 1 ซึ่งความคาดหวังว่า ในวันที่ 13 มิถุนายน เดือนหน้านี้ FED อาจขึ้นดอกเบี้ย อีก 0.25% ครับ ซึ่งมีผลทำให้ ราคาทองคำลดความน่าสนใจลงเพราะ อัตราผลตอบแทนจากการลงทนในสินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆ เช่น bond กับ หุ้น ของจะกลับมาน่าสนใจกว่า

ทีนี้ทางเทคนิค ราคาทองคำหลุดแนว 1236 ลงมา ซึ่งมี trend line รับอยู่หลังจากนั้นลงมาย่ำฐานอยู่ที่ 1222-1225 อยู่สองวันก่อนปิดตลาดสัปดาห์ก่อน

แสดงให้เห็นว่าราคายังสร้างฐานไม่เสร็จ แนวรับสำคัญถัดไปอยู่บริเวณ 1225 1200 และ 1135

แม้ว่า EUR จะแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องแต่ราคาทองไม่ไปด้วยเลยในช่วงนี้ ดังนั้นราคาทองน่าจะเล่นอยู่บนเรื่องดอกเบี้ยมากกว่า correlation กับ USD

วันจันทร์อาจจะขึ้นก็ได้ครับ แต่น่าจะเป็นการขึ้นเพื่อลง
ส่วนตัวมองว่า ลงไปอีกเรื่อยๆ ถ้าขึ้นไปที่แนวต้าน 1236 แล้วไม่สามารถทะลุขึ้นไปได้

ทางเทคนิคยังไม่มีการตั้งราคาทำสัญญาการกลับตัวใดๆ ถ้าวันจันทร์ตกลงจาก 1222-1225 ไปอีกก็ลงยาวอยู่ครับ Stochastic ยังคงลงอยู่และยังไม่วกกลับ ในรายสัปดาห์ยังสามารถลงได้อีก

ความเห็นส่วนตัวนะครับ 

ค่าเงินดอลลาร์ USD ที่แข็งค่าขึ้นเทียบกับค่าเงินอื่น กดดันราคา พลังงาน และน้ำมัน


 Advertisement
           "บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบปิดตลาดในวันที่ 22 ก.ค. 2558 พบว่าน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ปรับลดลง 1.67 ดอลลาร์ ปิด ณ ราคา 49.19 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลนับเป็นช่วงนี้สองของปีนี้ ที่ ราคาน้ำมันดิบร่วงลงต่ำกว่า 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อีกครั้ง"  หลังจากพึ่ง ฟื้นตัวได้พักใหญ่ภายหลังเกิดวิกฤตราคาน้ำมันจากการที่กลุ่ม OPEC  มีมติไม่ลดกำลังการผลิตหลังเกิดปัญหา อุปทานล้น เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาทำให้ราคาน้ำมันร่วงลงอย่างรวดเร็ว (ที่มา:บางกอกโพส)

oil Price drop


            ทั้งนี้ประเทศสมาชิกโอเปก ยังได้แสดงความเห็นว่า สถานการณ์ราคาน้ำมันดิบนี้ อาจเป็นเพียงการปรับตัวลดลงมาในระยะเวลาอันสั้นๆ เท่านั้น และในไม่ช้าความต้องการน้ำมันจะฟื้นตัวอีกครั้ง ทั้งนี้ราคาน่าจะฟื้นตัวได้ดีกว่าในช่วงครึ่งปีแรก อีกทั้งยังให้ความเห็นว่า ราคาน้ำมันที่ปรับลดลงในขณะนี้ยังไม่กระทบต่อกระบวนการการผลิตและต้นทุนการผลิตน้ำมันดิบ และยังไม่มีผลกระทบต่อตัวเลขการส่งออกน้ำมันดิบของประเทศสมาชิก และเช่นเคย กลุ่ม OPEC จะไม่มีการแทรกแทรงราคาน้ำมันโดยการลดกำลังการผลิตน้ำมันลงเป็นแน่ และไม่มีนโยบายในการทำเช่นนั้นแน่นอนเพื่อรักษาส่วนแบ่งการตลาดของกลุ่มเอาไว้ นโยบายนี้คงไว้ จนกว่าจะมีกระประชุมกลุ่มผู้ค้าน้ำมันในครั้งต่อไปช่วงปลายปี ราวต้นเดือน ธันวาคม

โอเปก ราคาน้ำมัน
            "ในขณะเดียวกันเศรษฐกิจของโลกที่อยู่ในภาวะซบเซาและ เปราะบางก็ได้ส่งผลให้ ค่าเงิน Forex ทั่วโลกอยู่ในสภาวะปั่นป่วน" โดยแนวโน้มค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ มีแนวโน้มแข็งค่าเป็นพิเศษ หลังจาก ยุโรป กำลังเผชิญวิกฤตกรีซ ที่ไม่อาจชำระหนี้ที่ติดค้างแต่ ประเทศเจ้าหนี้ได้ ทำให้ค่าเงิน EUR อ่อนตัวลง และ USD แข็งค่าขึ้นเนื่องจากถูกคาดหวังว่าค่าเงินดอลลาร์สหรัฐจะมีความมั่นคงปลอดภัยกว่าในเวลานี้ ในฐานะที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย  (Safe Haven)

Gold and Silver price action in 12 Febuary 2013


กราฟทองคำหลังตรุสจีน 12 กุมภา 2012::                

 Advertisement

กราฟราคาทองคำโลก
กราฟแสดงกรอบราคาทองคำ วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2013
            ราคาแกว่งตัวในกรอบ (สีแดง) ทำให้เห็นว่าเป็น ขาลงต่อเนื่อง โดย มี 1692-1693 เป็นจุดสูงสุดของรอบล่าสุด มีการทดสอบ 3 ครั้ง ไม่ผ่าน (หากทะลุ 1693 และยืนเหนือ เส้นสีแดงกรอบบน จะเปลี่ยนเป็นขาขึ้น) ซึ่งก็ไม่สามารถ และหลังจากเทส 1693 หลายครั้งก็มีการปรับลงแรง 3 วัน (ดูวงกลมสีส้มประกอบ) และปรับขึ้นมาอีก แต่ MACD ไม่ยืนเหนือ 0 อีกทั้งราคามีการแกว่งตัวสร้างรูปแบบแท่งเทียนหางยาวด้านบนหลายวัน แสดงว่า ทุกครั้งที่ขึ้นไป ถูกขายลงมาที่เดิมตลอด

           ทั้งนี้ เมื่อราคาไม่สามารถขึ้นได้ต่อ และหลุดกรอบขาขึ้นระยะสั้น (สีชมพู) ก็ทำให้หลุด ลงมาที่แนวรับ สำคัญ 1652 ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดเดิมเส้นสีม่วงอ่อน เมื่อหลุดจึงไปหาจุดต่ำสุดอีกอันสีฟ้า ทั้งนี้ ราคามีทิศทางวิ่งลงไปกรอบสีแดงข้างล่าง 1589-1590 อาจะเกิดการรีบาวน์เนื่องจาก เป็นกรอบล่างของการเคลื่อนไหว หรือหากทุะลุลงไป อีก จะลงไปสู่ แนวรับของนักลงทุนระยะกลาง-ยาว ที่ 1580 1560 1550 1525 ในกราฟ รายสัปดาห์และรายเดือนซึ่งไม่มีให้ดู ซึ่งบริเวณ 1550-1525 เป็นแนวรับ ที่รับมา 2-3ปี แล้ว หากรับไม่อยู่ ก็ไม่รู้ว่าจะยังไงต่อ (ไว้ตอนนั้นเราค่อยมาดูกันอีกทีนะครับ ^^) แต่คาดว่าน่าจะรับไหว ซึ่งทุกโบรกก็คิดว่างั้น จึงน่าเสี่ยงซื้อทอง ที่บริเวณดังกล่าว และ มีจุดตัดขาดทุน หากผิดคาดที่ 1500 นั่นเอง




กราฟเงินหลังตรุสจีน 12 กุมภา 2012::                     


กราฟราคาเงิน
กราฟแสดงเปรียบเทียบราคาโลหะเงิน วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2013 (ราย 4 ชั่วโมง และรายวัน)
            ทิศทางคล้ายกับทองคำ ราคาวิ่งอยนู่ในกรอบสีแดงรูปล่าง หากดู กราฟรูปบนซึ่งเป็นกราฟ 4 ชั่วโมง จะเห็นว่าราคาวิ่งสร้างรูปแบบ สามเหลี่ยม(สีเขียวอ่อน) ซึ่งราคาถูกบีบให้เลือกทิศทาง ซึ่งก็ได้เลือกลง ประกอบกับ การลง MACD อยู่ใต้ 0 เหมือนทอง จึงเกิดการลง และการลง กราฟ อยู่ใต้เส้น ค่าเฉลี่ย 10 วัน (ดูกราฟวันรูปล่าง) ราคามีเป้าหมายที่กรอบล่าง บริเวณ 28.355 (ประมาณ) มีแนวรับที่จุดต่ำสุด รอบต่างๆ เช่นเดียวกับทองคำ จุดรับ สำคัญที่สุดอยู่ที่ 26.50 USD/Oz ประมาณนั้น ลักษณะเดียวกับทองคำ ไม่น่าลงไปต่ำกว่านั้นครับ ^____^


*** บทความต่างๆ ในบล๊อกนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนบุคคล นะครับ ***

E/J 12 Fedbuary 2013

EUR/JPY เงินยูโรเทียบเงินเยน 12 กุมภาพันธ์ 2013::



 Advertisement
กราฟค่าเงิน EUR/JPY วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2013


กราฟ ขึ้นมาชันๆ ตลอด 2-3 เดือน ความชันสูงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเกินสัญญาณกลับตัว เมื่อ กราฟ ทำลักษณะ คล้าย Head&Shoulder หรือรูปแบบหัวและไหล่ คือมี 3 ยอด ยอดแรก เป็นไหล่ซ้าย ยอดสองเป็นหัว ยอดสามไหล่ขวา ขีดเส้น ที่จุดต่ำสุด จะได้เส้น Neck line คือ เส้นไหปลาร้า 5555+

เมื่อกราฟ ทะลุเส้น Neck line ลงมา มักจะ มีการปรับลง เท่ากับ ความสูงจาก คอไปหัว โดยจะลงไป จากคอลงไปใน ระยะเท่ากัน (มันเป็นทฤษฎี) ทีนี้เมื่อทะลุลงมา เส้น Neck line จะกลายเป็นแนวต้านเมื่อกราฟ ดีดีตัวกลับมาไม่ผ่านแนวต้าน นี้ จะกลายเป็นขาลง...

- ความเสี่ยง ญี่ปุ่นดำเนินนโยบาย ให้ค่าเงินอ่อน (กราฟ เลยขึ้นมา)

- ปัจจัยสนับสนุน EU ประกาศ หาก ค่าเงิน EUR อ่อนต่อเนื่องจะเข้าแทรกแทรงเงินเพื่อ เสถียรภาพ

เป้าหมายราคา คือ จุดเส้นสีส้ม เส้นล่าง หรือ จุด LOW ต่างๆ เดิมนั่นเอง ทั้งนี้การดูทางเทคนิคค่อนข้างลำบากเนื่องจากในช่วงนี้ราคาค่าเงิน Forex นั้นวิ่งไปตาม ข่าวและปัจจัยทางเศรษฐกิจเป็นหลัก โดยยังมีการประชุม G20 ซึ่งจะพูดถึง เสถียรภาพ ทางเศรษฐกิจ ของ ยูโรโซน และ ยังมี เรื่องสงครามค่าเงินที่กำลังเกิดขึ้นเมื่อ ทุกประเทศต่างพยายามดำเนินนโยบาย และแทรกแซงค่าเงินของตัวเอง 
อัตราแลกเปลี่ยนโลกจะเป็นอย่างไรคงต้องติดตามกันต่อไปครับ


GOLD and USD

17 มกรา 2013 - ทองคำกับ ค่าเงิน USD:::          


 Advertisement

กราฟราคาทองคำ กับค่าเงิน USD มักจะ มีความสัมพันธ์กัน เราเรียกความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกันว่
า Correlation นะครับ Forex กับ Gold มันเกี่ยวข้องกันจริงๆ

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ การตอบรับของราคาทอง และ ค่าเงิน USD กับข่าวสารบางอย่างในตลาด อย่างวันนี้ทองคำกำลังชนแนวต้าน
ขาลงอยู่ (ขึ้นมาอย่างมากและไปต่อไม่ได้ ในบทความนี้ขอไม่พูดถึงเรื่องกราฟนะครับ) ประจวบกับ ข่าว การจ้างงานของสหรัฐออกมาดีกว่าคาด ทำให้ ค่าเงิน USD แข็งค่าขึ้น ตลาดก็เทขาย ทองคำ(Gold) และ เงิน(Silver) ออกมา เมื่อค่าเงิน USD แข็งค่าทองคำมักจะราคาตกนะครับ ในกรณีปกติ ^___^ ในทางตรงกันข้ามหาก ค่าเงิน USD อ่อนค่า ราคาทองคำมักจะ มีแนวโน้มแข็งค่าตามไปด้วย ราคาก็จะพุ่งสูงขึ้นครับ


ค่าเงิน USD กับราคาทองคำ

ดูกราฟ ราย 5 นาทีให้ระทึกใจเล่นไปแล้วนะครับ ลองมาดูกราฟราคาทองคำที่มี Scale ใหญ่ขึ้นมาเพื่อให้เห็นถึงพลังของข่าว กับแนวต้าน ที่มามีผลกับราคาทองคำ เมื่อมีข่าวมาช่วยกระตุ้น
.
กราฟทองคำ 17 มกราคม 2013
ภาพแสดง แนวรับแนวต้านของราคาทองคำ ในกราฟราย 4 ชั่วโมง วันที่ 17 มกราคม 2013

สรุป::: จะสังเกตเห็นว่า การตอบรับของราคาทองคำกับข่าว การขอรับสวัสดิการการว่างงานของสหรัฐอเมริกานั้น น่าจะเป็นคนละเรื่องเดียวกัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว เมื่อราคาทองคำขึ้นอยู่กับค่าเงิน USD แล้ว มันจึงกลายเป็น ปัจจัยสำคัญที่ชี้นำราคา และแนวโน้มราคาทองคำได้ครับ ดังนั้น อย่าละเลย ตัวเลขเศรษฐกิจ และแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐนะครับ หากเราสนใจทองคำ






ราคาทองคำและค่าเงิน USD ต้นเดือนธันวา


ทองคำขาลงอีกครั้ง

 Advertisement

เอากราฟราคาทอง วันนี้ (4 ธค 2012) มาให้ดูเล่นๆกัน ครับ พอดีได้คุยกับพี่บางคนที่จะแต่งงาน 555+ 
ราคาทองทะลุ 1703 ลงมาแล้วซึ่งเป็นแนวรับสำคัญ ลงมาจากนั้นก็มี Panic Sell น้อยๆ ออกมา แนวรับต่อไป ราวๆ 1692 และ 1686 ครับ การลงทุนช่วงนี้ต้องจับตาดูเป็นพิเศษเพราะเป็นโค้งสุดท้ายของปีแล้วล่ะครับ

สำหรับผู้ที่อยากจะซื้อทองคำ(Gold) เพื่อการสะสมหรือลงทุนรอซื้อทองแท่ง จะดีกว่า ทองรูปพรรณนะครับ ^^ เพราะว่าทำกำไรจากราคาได้ดีกว่า และไม่ต้องเสียค่ากำเหน็จ


แต่สำหรับคนที่เกร็งกำไรในตลาด Spot นั้นให้ชะลอดูการปรัยลงของราคาทองคำครับ ที่แนวรับ 1686 ครับซึ่งเป็นราคาที่ ค่าเฉลี่ยสำคัญ(เส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน) น่าจะมีการรีบาวน์ แต่การรีบาวน์นี้ ก็คงจะเป็นเพียงแค่การปรับขึ้นทางเทคนิค ระยะกลางราคาทองคำยังเป็นขาลงอยู่นะครับ





มาดูคู่เงิน Forex ต่างๆ กันบ้าง สำหรับค่าเงิน USD นั้น มีแนวโน้มแข็งค่า จากการที่ยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานเริ่ม ดีขึ้นเป็นลำดับ(ดีขึ้นคือต้องขอสวัสดิการลดลง) และผลพวงความกังวลจากมาตราการหน้าผาการคลัง ที่อาจส่งผลให้เม็ดเงินลงทุนจากสินทรัพย์เสี่ยงต่างๆ ไหลกลับเข้าสู่ตลาดเงิน ซึ่งนั่นก็หมายถึงเงิน USD เป็นผลให้มีแนวโน้มแข็งค่าในระยะนี้ครับ ส่งผลต่อ Gold และ คู่เงินที่เกี่ยวข้องกับ USD อีกด้วย

สาเหตุ: แนวโน้มเครดิต ธนาคารอินเดีย เป็น - และ ส่งผลความต้องการทองคำลด (อินเดียเป็นตลาดกายภาพใหญ่อันดับ 2 ของทอง)
วิกฤตการเงินสเปน และ Fiscal Cliff และ Christmas ^____^ ขอให้การลงทุนของทุกท่านประสบความสำเร็จนะครับ

Gold Graph on 24 October 2012

กราฟราคาทองคำ กับสัญญาณพักตัวของกราฟ


 Advertisement

กราฟราคาทองคำ



            หลังจากเป็นขาขึ้นมาระยะใหญ่ ทั้งกราฟราคาทองคำ และ กราฟ Forex(คู่เงิน USD) ต่างก็มีทิศทางขึ้นมาตลอดตั้งแต่มีการประกาศมาตราการ QE3 จนกระทั่งปลายเดือนตุลาคม Forex และ ทองคำก็พักฐานอีกครั้ง หลังเกิดสัญญาญาณกลับทิศ หากสังเกต ดูจากเครื่องมือ MACD และ RSI เราก็จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่ากราฟ ไม่มีแรงไปต่อโดยปัจจัยที่ทำให้เกิดการพักตัว คือ การที่ราคาทองขึ้นมาเกือบ 250 USD/Oz จากการปรับตัวขึ้นรอบก่อน(มาจากความคาดหวัง QE3) วันนี้ราคาทองลงไป ทดสอบแนวรับ 1703 หลังจากทะลุ 1713 ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดของเมื่อวาน โดยหากราคาทอง ต่ำกว่า 1703 อาจลงไปถึง แนวรับ 1686 และ 1656 ได้ ซึ่งการลงไปในระดับดังกล่าว เป็นจุดที่น่ามีการซื้อคืนในอดีตครับ ^^ ทั้งนี้เครื่องมือทางเทคนิคยังคงส่งสัญญาณแนวโน้มลงระยะสั้นอยู่นะครับTip ในการดูสัญญาณ ไดเวอร์เจน (กลับจากขึ้นเป็นลง)::: ดูที่เส้นสีส้ม 2 เส้นในรูปครับ คือ กราฟเส้นราคาสูงขึ้น แต่กราฟ MACD ลาดลง สวนทางกัน แสดงถึงการขัดแย้งในสัญญาณ ให้ระวังการเปลี่ยนทิศทางหรือพักฐาน หากการปรับลงของ MACD มีการลงมาตัดที่ค่า 0 แสดงว่า confirm จะมีการลงครับซึ่งมันจะตัดช้าครับ (ตอนนี้กำลังจะตัดแต่ก็ลงมาเยอะแล้ว)

QE3 จะเป็นจริงหรือไม่?

การจ้างงานถดถอยนำไปสู่ความหวัง QE3 ::::


 Advertisement

            เหตุเพราะ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร เมื่อวันศุกร์ออกมาย่ำแย่ แย่กว่าที่ตลาดคาดการณ์ถึง 27000 ราย (ตัวเลขนี้สำคัญมากๆ เพราะเป็นตัวเลขหลักในการพิจารณาเรื่อง ความฟื้นตัวหรือ ถดถอยของเศรษฐกิจ เพราะหลังจากเหตุการณ์ hamburger Crisis คนสหรัฐตกงานกันมากๆๆ) ประกอบการก่อนหน้านี้ที่การประชุมของ FOMC ในเดือนกันยายน 2012 ที่ แจ๊คสัน โฮล ประธาน นาย เบน เบอนัลเก้ FED ได้เปรยๆ ว่า สนับสนุนการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม หากเศรษฐกิจยังคงฟื้นตัวอย่างไม่มีเสถียรภาพ ทำให้คาดการณ์ว่าเร็วๆนี้ในการประชุมเดือน ตุลาคม 2012 FED อาจจะมีการประกาศใช้มาตราการ QE3 หรือการผ่อนคลายเชิงประมาณ ครั้งที่ 3 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจครับผม ^____^ เหตุการณ์นี้ทำให้ทองคำ GOLD ปรับตัวขึ้นอีก 35 USD/Oz มาอยู่ที่ 1735 USD/Oz ในเช้าวันจันทร์ และเป็นการขึ้นมาเทสแนวต้านสำคัญที่ 1740 USD/Oz เป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน ซึ่งกรอบราคาของทองคำกำลังยกตัวขึ้น เช่นเดียวกับ ค่าเงิน Forex คู่หลักๆ ที่เทียบกับค่าเงิน USD ล้วนแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องบนความคาดหวัง QE3 ที่อาจจะมีขึ้นในวัน พฤหัสที่จะถึงนี้




อ่านเพิ่มเติมจาก เว็บนี้ได้ครับ ^___^ เพิ่มเติม >>> http://www.bangkokbiznews.com

Jackson Hole And Gold Price

กันยายน 2012 การประชุม แจ๊คสันโฮล กับเทรนใหม่ของทองคำโลก :::::


 Advertisement
Thai Forexclub สรุปการแนวโน้มและทิศทางทองคำโลก                                                     
- หลังจากทองคำอยู่ในขาลงมาเป็นเวลาพักใหญ่ๆ ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ ลงมาตั้งแต่เดือนกันยา 54 จนบัดนี้ เดือน กันยา 55 (1 ปีเต็ม) ตอนนั้นทองคำทำจุดสูงสุดไว้ราวๆ 1921 ดอล/ออนซ์ และทำจุดต่ำสุดไว้ที่ 1522 ดอล/ออนซ์ (ห่างกันถึง 400 ดอล/ออนซ์) ทองคำก็อยู่ในขาลงต่อเนื่องโดยมี เส้นดาวน์เทรนไลน์(Downtrend line) สีม่วง กดเอาไว้ (ดูกราฟทองคำประกอบ)

กราฟราคาทองคำ
กราฟราคาทอง วันที่ 3 กันยายน 2012 แสดงให้เห็นการปรับขึ้นผ่าน Downtrend line มาเป็นขาขึ้นอีกครั้ง

- นับแต่ไตรมาส 2 ปี 55 จนถึงปลายไตรมาส 3 ของปี 55 เข้าสู่ sideway เพื่อรอ ความแน่ชัดในทิศทาง ราคาทองคำเริ่มทำจุดต่ำสุดใหม่สูงขึ้นกว่าจุดเดิม และในที่สุดปลายสิงหา 55 ราคาทองคำได้ปรับตัวพุ่งสูงขึ้นทะลุกรอบราคา sideway ที่กดเอาไว้ (เส้นสีแดงเส้นกลาง) โดยทะลุแนวต้านไซด์เวย์ที่ 1640 ขึ้นไป อย่าแข็งแกร่ง ทำให้เริ่มมีสัญญาณบวกในการกลับเทรน ประกอบกับ กองทุนสำคัญเริ่มสะสมทองมากขึ้น เช่น SPDR และ กองทุนโซรอสฟันด์ บวกกับตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐออกมาไม่ค่อยดี ทำให้ ประธาน FED นายเบน เบอนัลเก้ สนับสนุนการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมซึ่งก็ยังไม่แน่ชัดว่าจะเป็น QE3 หรือไม่ แต่ก็มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นได้ครับ ซึ่งตลาดก็ตอบรับในเชิงบวกหลังจากการแถลงผลการประชุม FOMC ที่ เมืองแจ็คสัน โฮล(Jackson Hole) สุดสัปดาห์ก่อนหน้านี้ครับ


- ในที่สุดราคาทอง ทะลุเส้นดาวน์เทรนไลน์ ที่กดอยู่ได้ ที่ 1860 และกลับมาเป็นขาขึ้นเต็มตัว

โดยในเดือนกันยายนนี้ มีประชุมสำคัญเกี่ยวกับการเงินโลก วันที่ 13 และ 16 คือ การประชุมของ ECB ซื้อหากส่งผลบวกราคาทองคำเดือนนี้อาจไป ทดสอบ สุดสูงสุดเดิม ในลำดับต่อไปที่ ประมาณ 1800 และ 1920 ได้ในลำดับถัดไป (ดูตามแนวเส้นสีแดง)

***ขาขึ้นจะถูกทำลายหาก ราคา ทะลุ แนวเส้นสีม่วงลงมานะครับ ซึ่งความสัมพันธ์ หรือ Correlation ของทองคำกับ ค่าเงิน E/U ในตลาด Forex นั้น ไม่สูงมากในช่วงนี้เพราะ E/U ยังคงอยู่ในขาลงอยู่ แต่ทองคำขึ้นเอาๆ นะครับ***

FED Press Release on June 20, 2012

สรุปผลการประชุม FOMC ของ FED ที่มีผลต่อค่าเงิน USD และทองคำ
           ข่าวของการประชุม FED หรือธนาคารกลางสหรัฐ เป็นข่าว Forex ที่มีความสำคัญมากนะครับ เพราะทุกครั้งที่นาย เบนเบอนัล เก้ ออกมาพูดหรือแถลงการณ์นโยบาย มักทำให้ตลาดเงินทั่วโลกและการลงทุนทั่วโลกปั่นปั่วนได้ทุกทีไป การลงทุน จึงต้องคอยติดตามข่าวและเรื่องราวสำคัฐเหล่านี้นะครับ

 Advertisement

 "ราคาทองคำโลกปิดปรับตัวลดลง $15.34/Oz มาอยู่ที่ $1,602.50/Oz โดยที่ราคาทองคำได้รับแรงกดดันจากเงิน USD ที่แข็งค่าขึ้นจากผลการประชุมของ FOMC เมื่อคืนวานนี้ โดยธนาคารกลางสหรัฐหรือ FED ประกาศคงเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นอยู่ในกรอบ 0-0.25 % จนถึงปี 2014 และยังมีมติให้ต่ออายุมาตรการ Operation Twist ไปจนถึงสิ้นปี 2012 นี้ อีกทั้งยังประกาศว่า FED พร้อมที่จะดำเนินมาตรการที่จำเป็นอื่นๆ ในการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมเพื่อทำให้เศรษฐกิจแข็งแกร่งขึ้น ทำให้นักลงทุนที่คาดหวังว่าจะเกิดมาตรการ QE3 ในเร็ววันนั้น ผิดหวังและ ทยอยขายทำกำไรในทองคำออกมาครับ"



FED กับ ราคาทองคำ
ราคาทองคำผันผวนมากหลังที่ FED ประกาศผลการประชุม ประมาณ 23.30 น. เวลาไทยในคืนวันที่ 20 มิถุนายน โดยแกว่งตัวประมาณ 30USD

โดยผลการประชุมวันนี้แล้ว มีใจความดังนี้คือ (Credit Thailand Investment Forum)

ผลการประชุม FED
อ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่ http://www.federalreserve.gov/newsevents/press/monetary/20120620a.htm


1. อัตราการว่างงานยังสูง รายจ่ายครัวเรือนขยายตัวในอัตราที่ต่ำลง ธุรกิจที่อยู่อาศัยยังย่ำแย่ เงินเฟ้อลดลง เนื่องจากราคาน้ำมันดิบที่ต่ำลง

2. ความอ่อนแอของภาคการเงินโลก ส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐมีความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญ 

3. เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและเพื่อจัดการเงินเฟ้อในอยู่ในระดับที่เหมาะสม จึงให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในระดับ 0.00% - 0.25% และคาดว่าจะรักษาไว้ที่ระดับนี้จนถึงปลายปี 2014

4. ให้คงนโยบายซื้อพันธบัตรระยะยาว (6-30 ปี) และขายพันธบัตรระยะสั้น (ไม่เกิน 3 ปี) เพื่อกดดอกเบี้ยระยะยาวโดยทั่วไปให้ต่ำลง ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้อีกทางหนึ่ง - Operation Twist

5. ให้คงนโยบายซื้อกลับ (Reinvest) ตราสารหนี้ที่ครบอายุ และพร้อมจะขยายวงเงินหากจำเป็น - Quantitative Easing (QE)

*ซึ่งผลการประชุมครั้งนี้ เสียงโหวตไม่เป็นเอกฉันท์ โดยมี 1 เสียงเห็นว่าควรยกเลิก Operation Twist ได้แล้ว*



"ผลกระทบที่เกิดขึ้นคือ ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ทองคำ โลหะเงิน มีการเทขายอออกมาครับ ส่วนค่าเงิน USD เมื่อเทียบกับ JPY และ EUR แม้กระทั่งเงินบาทของไทย ค่าเงิน USD แข็งขึ้นครับ"

US Unemployment Rate and QE3

การจ้างงาน สหรัฐ ไม่ดี ส่อแวว QE3                        

 Advertisement


            "เป็นระยะเวลาหลายเดือนนับแต่ไตรมาสที่ 1 ของปี 2012 มา ตลาดโลกผิดหวังกับมาตราการ QE3 ของ FED ต่อเนื่องครับ บางทีก็มีหวังบางทีก็หมดหวัง" ทุกครั้งที่มีหวัง ราคาทองคำ ก็พุ่งชะรูด และเงิน USD ก็อ่อนยวบยาบ แต่ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์พลิกโผล ทองก็รูดกราวราวฟ้าถล่ม และเงินดอลก็แข็งขึ้นบ้างตามความคาดหวังเศรษฐกิจสหรัฐว่าจะ ฟื้นตัว อีกเหตุผลที่ทำให้ราคา ทองคำ และค่าเงิน ผันผวนมากช่วงที่ผ่านมาก็เห็นจะเป็นประเด็นหนี้สาธาณะให้โซนยูโรนั่นแหละครับ
            เมื่อทุกครั้งที่ เบน เบอนัลกี้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐออกมาพูด ว่า FED พร้อมใช้มาตราการทางการเงิน และเครื่องมือทางการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใด นักลงทุนทั่วโลกก็ปักใจตีความไปว่า นาย เบน หมายถึง QE3 นั่นเอง แต่แล้ว ราวๆ เดือนกว่ามาแล้ว ที่ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของ อเมริกา ดีขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน Unemployment Claim ที่ลดลง(ยิ่งลดยิ่งดี) ก็คือตัวเลขดีขึ้นเป็นลำดับทำให้ ความหวังจะเห็น QE3 นั้นน้อยลงไปทุกที แต่เมื่อใดที่ตัวเลขส่อแววไม่ดี ความคาดหวังจึงกลับมาใหม่ เป็นระรอกๆ จนกระทั่ง วันนี้ เดือนนี้ 1 มิถุนายน 2012 เดือนที่ FED จะมีประชุมสามัญประจำไตรมาส ซึ่งในเดือนนี้ คือเดือนที่ ผลต่อเนื่องของการทำการผ่อนคลายเชิงปริมาณทางการเงินครั้งที่ 2 หรือ QE2 จะหมดงอย่างสมบูรณ์ ทำให้ตลาดมีความคาดหมายว่า การประชุมที่จะเกิดขึ้น ในเดือนนี้ จะมีการต่ออายุมาตรการ QE หรือไม่ หรือจะมีมาตรการอะไรออกมานะครับ

แต่วันนี้คืนนี้เกิดอะไรขึ้น มาดูกันครับ
ผลของ Unemployment Rate
การปรับตัวขึ้นของกราฟ E/U จากการตอบรับข่าว อัตราการว่างงานของสหรัฐฯ
อธิบายกราฟ:: ก่อนการปรับขึ้นอย่างรุนแรงของ ค่าเงิน EUR/USD กราฟรูดลงไปก่อนครับ เพราะคาดว่าจะออกมาดี
แต่พอ 8.30 am ผออกมาไม่เป็นอย่างนั้น การเปลี่ยนแปลงอัตราการจ้างงานนอกภาคการเกษตร และอัตราการว่างงาน กลับออกมาไม่ดีครับ ทำให้เงินดอลถูกเทขายทันที แต่การอ่อนตัวลงของ ค่าเงิน USD นั้นถือว่าไม่มากนะครับ แต่เทียบกับการปรับขึ้นของสินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆ ได้แก่ Gold และ Silver รวมทั้งตลาดหุ้นสหรัฐฯ


8:30amUSD
Non-Farm Employment Change
69K
151K
77K
8:30amUSD

Unemployment Rate
8.2%
8.1%
8.1%

ทำไม USD จึงอ่อน?? เพราะว่า เมื่อตัวเลขการจ้างงานทั้ง 2 ออกมาไม่ดีนักลงทุนก็คาดว่า มีความเป็นไปได้ที่ FED จะใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น QE (พิมพ์เงินอีดฉีดเข้าระบบเศรษฐกิจ) ซึ่งจะทำให้ค่าเงิน USD อ่อนค่าแต่ไม่ได้อ่อนทันทีนะครับ อย่างวันนี้การอ่อนค่าของเงินดอล เป็นการเทขายเพื่อไปซื้อสินทรัพย์เสี่ยง เงินก็ไหลออกจากดอลไปเข้า GOLD เป็นต้น ดูกราฟกันครับ

ทองคำ กับ QE

ผลของการเคลื่อนย้ายเงินทุน::: จาก จุดต่ำของกราฟแท่งเทียน 4hr ต่ำสุดก่อนจะขึ้น 1545 อยู่บริเวณแะ ปัจจุบัน 1617USD/Oz ราวๆ กว่า 70 USD นะครับที่ปรับขึ้นมาใน 4 ชั่วโมง เพราะว่า ช่วงก่อนหน้านี้ ราคาทองคำเองก็ถูกกดดันจากเศรษฐกิจโลก เช่นเดียวกัน สินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆ และ การที่ ไม่มี QE3 ก็คือ จุดกลับเทรนเป็นขาลงของทองในรอบนี้ (ลงมาจากบริเวณ 1790 USD/Oz) พอมาความหวังเกี่ยวกับ QE3 ผู้ที่ขายทองคำไปก่อนหน้านี้ จึงมีความมั่นใจในการกลับเข้ามาถือครองทองคำมากขึ้น ดังนั้น Gold จึงเป็นสินทรัพย์ที่ดีดตัวขึ้นได้อย่างโดดเด่นที่สุดในช่วงนี้นะครับ


เขียนโดย::: นายคนนั้น แห่ง Thaiforexclub.blogspot.com (กรุณาใครเครดิตและ ยิงลิงค์กลับมาหากทำไปเผยแพร่ต่อครับ)



แท่งเทียนรูปร่างแปลกๆ แบบนี้ก็มีด้วยครับ

แท่งเทียนรูปร่างแปลกๆ ในเวลาที่ตลาดไร้วอลุ่ม


 Advertisement

กราฟ Forex
ภาพเปรียบเทียบ แท่งเทียนที่เกิดจากการกระโดดของราคาทองคำ เปรียบเทียบ จากกราฟราย 5,15,30 นาที และ 1 ชั่วโมง

            บางครั้งในเวลาที่ตลาดมีวอลุ่มไม่มาก ราคาซื้้อขายจากการ Bid-offer ห่างกันมากๆ กราฟราคาก็อาจจะเกิดอาการกระโดดได้ครับ จึงทำให้เราได้เห็น แท่งเทียน รูปร่างประหลาดๆ ที่ดูแล้วชวนเราะ (แต่บางครั้งก็หัวเราะไม่ออกนะครับ เพราะการกระโดดของราคาขนาดนี้ อาจทำให้ขาดทุนกันได้เยทีเดียว) เช่นในวันที่ 29 เวาประมาณ ตี 2 ของบ้านเรา ทองคำ เกิดการกระโดดอย่างนี้ ในขณะที่วอุ่มตาดแทบไม่มี สังดกตดูที่กราฟราย 5 นาที นะครับ จะเห็นักษณะเป็นขีดๆ เพราะการเปี่ยนแปงของราคา ไม่เกิดครับ สาเหตอาจจะเพราะประมาณเวานั้นปกติคือ ช่วงปิดตาด USA ครับ แต่เมื่อวานนี้ USA ก็หยุด เนื่องในวัน memorial day ครับ เราจึงมีโอกาสได้เห็น กราฟแท่งเทียน ลักษณะแบบนี้กันซึ่งในบางปี ก็มีให้เห็นในช่วง คริสมาส หรือปีใหม่ด้วยนะครับ
            ความอันตรายแบบนี้ เกิดขึ้นได้หาก เรา ลงทุนใน Forex หรือ Gold แบบ เต็มพอร์ต หรือ คนที่ลงน้ำหนักมาก เพราะอาจจะทำให้ถูก Call Margin หรือ ที่เรียกกันติดปากว่าจิ้นขาดได้ครับ หรืออาจจะทำให้ เกิดการ Stop loss ในคนที่ตั้งจุด SL ไว้ครับ หรือ ทำให้ ได้กำไร จากจุด Target point ก็ได้เหมือนกันสำหรับคนที่ตั้ง TP ไว้

            ก็ดูกันไว้ครับว่า กราฟอย่างงี้ก็มีด้วย ดังนั้น ควรระวังในช่วงที่ตลาดนิ่งๆ บางครั้งก็เกิดอาการแบบนี้ได้ ทั้งช่วงตลาดเปิดใหม่ต้นสัปดาห์ หรือ ในช่วงใกล้วันหยุดเทศกาลที่หยุดยาวๆ ก็ถือเป็นความเสี่ยงเล็กๆ หนึ่งในการลงทุนครับ