แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มาตราการ QE แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มาตราการ QE แสดงบทความทั้งหมด

QE3 จะเป็นจริงหรือไม่?

การจ้างงานถดถอยนำไปสู่ความหวัง QE3 ::::


 Advertisement

            เหตุเพราะ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร เมื่อวันศุกร์ออกมาย่ำแย่ แย่กว่าที่ตลาดคาดการณ์ถึง 27000 ราย (ตัวเลขนี้สำคัญมากๆ เพราะเป็นตัวเลขหลักในการพิจารณาเรื่อง ความฟื้นตัวหรือ ถดถอยของเศรษฐกิจ เพราะหลังจากเหตุการณ์ hamburger Crisis คนสหรัฐตกงานกันมากๆๆ) ประกอบการก่อนหน้านี้ที่การประชุมของ FOMC ในเดือนกันยายน 2012 ที่ แจ๊คสัน โฮล ประธาน นาย เบน เบอนัลเก้ FED ได้เปรยๆ ว่า สนับสนุนการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม หากเศรษฐกิจยังคงฟื้นตัวอย่างไม่มีเสถียรภาพ ทำให้คาดการณ์ว่าเร็วๆนี้ในการประชุมเดือน ตุลาคม 2012 FED อาจจะมีการประกาศใช้มาตราการ QE3 หรือการผ่อนคลายเชิงประมาณ ครั้งที่ 3 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจครับผม ^____^ เหตุการณ์นี้ทำให้ทองคำ GOLD ปรับตัวขึ้นอีก 35 USD/Oz มาอยู่ที่ 1735 USD/Oz ในเช้าวันจันทร์ และเป็นการขึ้นมาเทสแนวต้านสำคัญที่ 1740 USD/Oz เป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน ซึ่งกรอบราคาของทองคำกำลังยกตัวขึ้น เช่นเดียวกับ ค่าเงิน Forex คู่หลักๆ ที่เทียบกับค่าเงิน USD ล้วนแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องบนความคาดหวัง QE3 ที่อาจจะมีขึ้นในวัน พฤหัสที่จะถึงนี้




อ่านเพิ่มเติมจาก เว็บนี้ได้ครับ ^___^ เพิ่มเติม >>> http://www.bangkokbiznews.com

FED Press Release on June 20, 2012

สรุปผลการประชุม FOMC ของ FED ที่มีผลต่อค่าเงิน USD และทองคำ
           ข่าวของการประชุม FED หรือธนาคารกลางสหรัฐ เป็นข่าว Forex ที่มีความสำคัญมากนะครับ เพราะทุกครั้งที่นาย เบนเบอนัล เก้ ออกมาพูดหรือแถลงการณ์นโยบาย มักทำให้ตลาดเงินทั่วโลกและการลงทุนทั่วโลกปั่นปั่วนได้ทุกทีไป การลงทุน จึงต้องคอยติดตามข่าวและเรื่องราวสำคัฐเหล่านี้นะครับ

 Advertisement

 "ราคาทองคำโลกปิดปรับตัวลดลง $15.34/Oz มาอยู่ที่ $1,602.50/Oz โดยที่ราคาทองคำได้รับแรงกดดันจากเงิน USD ที่แข็งค่าขึ้นจากผลการประชุมของ FOMC เมื่อคืนวานนี้ โดยธนาคารกลางสหรัฐหรือ FED ประกาศคงเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นอยู่ในกรอบ 0-0.25 % จนถึงปี 2014 และยังมีมติให้ต่ออายุมาตรการ Operation Twist ไปจนถึงสิ้นปี 2012 นี้ อีกทั้งยังประกาศว่า FED พร้อมที่จะดำเนินมาตรการที่จำเป็นอื่นๆ ในการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมเพื่อทำให้เศรษฐกิจแข็งแกร่งขึ้น ทำให้นักลงทุนที่คาดหวังว่าจะเกิดมาตรการ QE3 ในเร็ววันนั้น ผิดหวังและ ทยอยขายทำกำไรในทองคำออกมาครับ"



FED กับ ราคาทองคำ
ราคาทองคำผันผวนมากหลังที่ FED ประกาศผลการประชุม ประมาณ 23.30 น. เวลาไทยในคืนวันที่ 20 มิถุนายน โดยแกว่งตัวประมาณ 30USD

โดยผลการประชุมวันนี้แล้ว มีใจความดังนี้คือ (Credit Thailand Investment Forum)

ผลการประชุม FED
อ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่ http://www.federalreserve.gov/newsevents/press/monetary/20120620a.htm


1. อัตราการว่างงานยังสูง รายจ่ายครัวเรือนขยายตัวในอัตราที่ต่ำลง ธุรกิจที่อยู่อาศัยยังย่ำแย่ เงินเฟ้อลดลง เนื่องจากราคาน้ำมันดิบที่ต่ำลง

2. ความอ่อนแอของภาคการเงินโลก ส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐมีความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญ 

3. เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและเพื่อจัดการเงินเฟ้อในอยู่ในระดับที่เหมาะสม จึงให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในระดับ 0.00% - 0.25% และคาดว่าจะรักษาไว้ที่ระดับนี้จนถึงปลายปี 2014

4. ให้คงนโยบายซื้อพันธบัตรระยะยาว (6-30 ปี) และขายพันธบัตรระยะสั้น (ไม่เกิน 3 ปี) เพื่อกดดอกเบี้ยระยะยาวโดยทั่วไปให้ต่ำลง ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้อีกทางหนึ่ง - Operation Twist

5. ให้คงนโยบายซื้อกลับ (Reinvest) ตราสารหนี้ที่ครบอายุ และพร้อมจะขยายวงเงินหากจำเป็น - Quantitative Easing (QE)

*ซึ่งผลการประชุมครั้งนี้ เสียงโหวตไม่เป็นเอกฉันท์ โดยมี 1 เสียงเห็นว่าควรยกเลิก Operation Twist ได้แล้ว*



"ผลกระทบที่เกิดขึ้นคือ ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ทองคำ โลหะเงิน มีการเทขายอออกมาครับ ส่วนค่าเงิน USD เมื่อเทียบกับ JPY และ EUR แม้กระทั่งเงินบาทของไทย ค่าเงิน USD แข็งขึ้นครับ"

When FED Chairman not talk about QE3

ขึ้นเพราะคาด QE3 ร่วงก็เพราะชวด QE3

 Advertisement

- หลายต่อหลายครั้งที่ ค่าเงินสกุล USD และทองคำ เคลื่อนไหวรุนแรงเพราะความคาดหวังเรื่อง QE3 นี้ ดังนั้นนักเทรด Forex และ Gold จำเป็นจะต้องรู้ให้ทันว่าเกิดอะไรขึ้น -

QE3 กับราคาทอง
กราฟราคาทองคำ ในวันที่ 8 มิถุนายน 2012 แสดงการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ จากความคาดหวัง QE3
            ก่อนหน้านี้ไม่กี่วันทองคำ พุ่งขึ้นกว่า 80 USD/Oz ในคืนเดียว เนืื่องด้วยผลกระทบจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาแย่เกินการคาดการณ์ของนักลงทุน ในคืนนั้นเองราคาทองคำก็ได้พุ่งสูงขึ้น อย่างมาก โดยมาเหตุผลมาจากสาเหตุใหญ่ๆ 3 ประการก็คือ 1. ราคาทองอยู่ในระดับต่ำ(ลงมามาก) 2. ความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจชะรอตัวส่งผลให้ทองคำ น่าสะสมในฐานะ สินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงมากขึ้น 3. ตัวเลขเศรษฐกิจ โดยเฉพาะตัวเลข อัตราการว่างงานที่ประกาศออกมา และการขอรับสวัสดิการการว่างงาน ของ USAที่ประกาศไปก่อนหน้านั้น ตกต่ำ จนทำให้คาดหมายว่า FED จะมีการใช้มาตราการ QE3 อีกครั้ง อ่านได้ที่ link นี้ >>>>  http://thaiforexclub.blogspot.com/2012/06/us-unemployment-rate-and-qe3.html

           แต่เมื่อคืนวันที่ 7 มิถุนายน (เวลาประมาณ 21.00 น. ในประเทศไทย) นาย เบน เบอร์นัลเก้ ประธาน ธนาคารกรางสหรัฐฯ หรือ FED ได้ออกมาแถลงการณ์ และไม่ได้พูดถึงการนำมาตราการ QE3 มาใช้เลย ก็ทำให้นักลงทุนต่างผิดหวัง ผลกระทบที่ออกมาคือ นักลงทุน เทขาย ทองคำ และสินทรัพย์ต่างๆ ออกมา ทำให้เราเห็นการปรับตัวลงของสินทรัพย์ต่างๆ อีกครั้งหนึ่ง ประกอบกับ ตัวเลขอัตราการของรับสวัสดิการการว่างงาน ลดลง ทำให้ค่าเงิน USD มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น ทำให้ทองคำปรับลง


19:30USD
Unemployment Claims
377K
381K
389K
21:00USD
Fed Chairman Bernanke Testifies


จะเห็นได้ว่า การเคลื่อนไหวของราคาทองคำ ยังคงตั้งอยู่บนความคาดหวังของมาตราการ ผ่อนคลายเชิงปริมาณครั้งที่ 3 หรือ QE3 ของสหรัฐฯเป็นอย่างมากนับเป็น ปัจจัยสำคัญอีกหนึ่งปัจจัยที่นักเทรด Forex นักเทรด Gold ต้องติดตามให้ดี เพราะเป็นตัวชี้ทิศทางได้เลยทีเดียวครับ

US Unemployment Rate and QE3

การจ้างงาน สหรัฐ ไม่ดี ส่อแวว QE3                        

 Advertisement


            "เป็นระยะเวลาหลายเดือนนับแต่ไตรมาสที่ 1 ของปี 2012 มา ตลาดโลกผิดหวังกับมาตราการ QE3 ของ FED ต่อเนื่องครับ บางทีก็มีหวังบางทีก็หมดหวัง" ทุกครั้งที่มีหวัง ราคาทองคำ ก็พุ่งชะรูด และเงิน USD ก็อ่อนยวบยาบ แต่ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์พลิกโผล ทองก็รูดกราวราวฟ้าถล่ม และเงินดอลก็แข็งขึ้นบ้างตามความคาดหวังเศรษฐกิจสหรัฐว่าจะ ฟื้นตัว อีกเหตุผลที่ทำให้ราคา ทองคำ และค่าเงิน ผันผวนมากช่วงที่ผ่านมาก็เห็นจะเป็นประเด็นหนี้สาธาณะให้โซนยูโรนั่นแหละครับ
            เมื่อทุกครั้งที่ เบน เบอนัลกี้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐออกมาพูด ว่า FED พร้อมใช้มาตราการทางการเงิน และเครื่องมือทางการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใด นักลงทุนทั่วโลกก็ปักใจตีความไปว่า นาย เบน หมายถึง QE3 นั่นเอง แต่แล้ว ราวๆ เดือนกว่ามาแล้ว ที่ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของ อเมริกา ดีขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน Unemployment Claim ที่ลดลง(ยิ่งลดยิ่งดี) ก็คือตัวเลขดีขึ้นเป็นลำดับทำให้ ความหวังจะเห็น QE3 นั้นน้อยลงไปทุกที แต่เมื่อใดที่ตัวเลขส่อแววไม่ดี ความคาดหวังจึงกลับมาใหม่ เป็นระรอกๆ จนกระทั่ง วันนี้ เดือนนี้ 1 มิถุนายน 2012 เดือนที่ FED จะมีประชุมสามัญประจำไตรมาส ซึ่งในเดือนนี้ คือเดือนที่ ผลต่อเนื่องของการทำการผ่อนคลายเชิงปริมาณทางการเงินครั้งที่ 2 หรือ QE2 จะหมดงอย่างสมบูรณ์ ทำให้ตลาดมีความคาดหมายว่า การประชุมที่จะเกิดขึ้น ในเดือนนี้ จะมีการต่ออายุมาตรการ QE หรือไม่ หรือจะมีมาตรการอะไรออกมานะครับ

แต่วันนี้คืนนี้เกิดอะไรขึ้น มาดูกันครับ
ผลของ Unemployment Rate
การปรับตัวขึ้นของกราฟ E/U จากการตอบรับข่าว อัตราการว่างงานของสหรัฐฯ
อธิบายกราฟ:: ก่อนการปรับขึ้นอย่างรุนแรงของ ค่าเงิน EUR/USD กราฟรูดลงไปก่อนครับ เพราะคาดว่าจะออกมาดี
แต่พอ 8.30 am ผออกมาไม่เป็นอย่างนั้น การเปลี่ยนแปลงอัตราการจ้างงานนอกภาคการเกษตร และอัตราการว่างงาน กลับออกมาไม่ดีครับ ทำให้เงินดอลถูกเทขายทันที แต่การอ่อนตัวลงของ ค่าเงิน USD นั้นถือว่าไม่มากนะครับ แต่เทียบกับการปรับขึ้นของสินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆ ได้แก่ Gold และ Silver รวมทั้งตลาดหุ้นสหรัฐฯ


8:30amUSD
Non-Farm Employment Change
69K
151K
77K
8:30amUSD

Unemployment Rate
8.2%
8.1%
8.1%

ทำไม USD จึงอ่อน?? เพราะว่า เมื่อตัวเลขการจ้างงานทั้ง 2 ออกมาไม่ดีนักลงทุนก็คาดว่า มีความเป็นไปได้ที่ FED จะใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น QE (พิมพ์เงินอีดฉีดเข้าระบบเศรษฐกิจ) ซึ่งจะทำให้ค่าเงิน USD อ่อนค่าแต่ไม่ได้อ่อนทันทีนะครับ อย่างวันนี้การอ่อนค่าของเงินดอล เป็นการเทขายเพื่อไปซื้อสินทรัพย์เสี่ยง เงินก็ไหลออกจากดอลไปเข้า GOLD เป็นต้น ดูกราฟกันครับ

ทองคำ กับ QE

ผลของการเคลื่อนย้ายเงินทุน::: จาก จุดต่ำของกราฟแท่งเทียน 4hr ต่ำสุดก่อนจะขึ้น 1545 อยู่บริเวณแะ ปัจจุบัน 1617USD/Oz ราวๆ กว่า 70 USD นะครับที่ปรับขึ้นมาใน 4 ชั่วโมง เพราะว่า ช่วงก่อนหน้านี้ ราคาทองคำเองก็ถูกกดดันจากเศรษฐกิจโลก เช่นเดียวกัน สินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆ และ การที่ ไม่มี QE3 ก็คือ จุดกลับเทรนเป็นขาลงของทองในรอบนี้ (ลงมาจากบริเวณ 1790 USD/Oz) พอมาความหวังเกี่ยวกับ QE3 ผู้ที่ขายทองคำไปก่อนหน้านี้ จึงมีความมั่นใจในการกลับเข้ามาถือครองทองคำมากขึ้น ดังนั้น Gold จึงเป็นสินทรัพย์ที่ดีดตัวขึ้นได้อย่างโดดเด่นที่สุดในช่วงนี้นะครับ


เขียนโดย::: นายคนนั้น แห่ง Thaiforexclub.blogspot.com (กรุณาใครเครดิตและ ยิงลิงค์กลับมาหากทำไปเผยแพร่ต่อครับ)



มาตราการ QE คืออะไร? สำคัญยังไงกับนักเทรด Forex

มาตราการ QE ความหมาย และผลกระทบต่อค่าเงิน

          เป็นเวลานานนับที่ที่ทางธนาคารกลางสหรัฐ หรือ FED หยิบยกมาตราการผ่อนคลายเชิงปริมาณหรือ QE( Quantitative  Easing) มาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจหลังเกิดภาวะการซบเซาทางเศรษฐกิจโลก(โดยเฉพาะสหรัฐนี่แหละ) โดยการเพิ่มสภาพคล่องในระบบเงิน หรือ ที่เรียกว่ามาตราการ QE นี่แหละครับ หลายๆ ท่านก็ยัง งงๆ ว่า แล้วมันคืออะไร? ไอ้ QE เนี่ย มันจะมีผลกระทบอะไรกับเศรษฐกิจโลก วันนี้ขอยกคำอธิบาย ของกูรูด้านการเงินมาอธิบายให้หายข้อข้อใจกันครับ เพราะไอ้จะเรียกว่า QE ก็คือผ่อนคลายเชิงปริมาณ ผู้อ่านก็อาจจะงงงวยว่า ผ่อนคลายยังไง แล้วปริมาณอะไร?

Advertisement

    

มาตราการ QE คืออะไร? แล้วทำไปทำไม?
------------------------------------------------------------------------------------------------------------
          "Quantitative  Easing (QE) คืออะไร?? ในทางเศรษฐศาสตร์มาตรการ  QE  ถือเป็นนโยบายด้านการเงิน (Monetary  Policy) ซึ่งถูกใช้โดยธนาคารกลาง โดยการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเพิ่ม เป็นการเพิ่มสภาพคล่องให้กับสถาบันการเงินเพื่อนำไปปล่อยสินเชื่อเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอีกทอดหนึ่ง ทั้งนี้วิธีการในการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบทำได้โดยการที่ธนาคารกลางเข้าซื้อสินทรัพย์ทางการเงินจากสถาบันการเงินซึ่งอาจเป็นพันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้เอกชน หรือแม้กระทั่งตราสารหนี้ประเภทที่มีลูกหนี้สินเชื่อบ้านเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน "


          "ทำไมต้องใช้มาตรการ  QE โดยปกติแล้วธนาคารกลางโดยส่วนใหญ่จะเลือกใช้วิธีการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นอันดับแรกในยามที่เศรษฐกิจชะลอตัวหรือถดถอย รวมถึงเกิดปัญหากับสถาบันการเงิน แต่เมื่อธนาคารได้ลดอัตราดอกเบี้ยลงต่ำเกือบ 0% แล้วยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำได้อีก มาตรการ QE จึงถูกนำมาใช้ ดังนั้นผมจึงอยากจะชี้ประเด็นนี้ให้ทุกท่านทราบว่าการที่ธนาคารกลางสหรัฐ ญี่ปุ่น ที่ประกาศว่าจะใช้มาตรการQE รอบ 2 นั้น แท้ที่จริงแล้วเป็นข่าวร้ายต่อภาวะเศรษฐกิจโลก ซึ่งแสดงว่ามาตรการ  QE ที่ทำไปรอบแรกไม่เป็นผลเปรียบเสมือนคนไข้ที่ต้องให้ยาแรงเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ สำหรับมาตรการ  QE นั้นไม่ได้มีแต่ประโยชน์ แต่มีโทษที่ต้องระมัดระวังด้วย เพราะการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบนั้นมีโอกาสที่จะทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อได้ ดังนั้นหากท่านที่ติดตามบทความของผมคงจำได้ว่า ผมเคยเขียนเกี่ยวกับเรื่อง Exit Strategy ซึ่งคือมาตรการตรงกันข้ามกับ  QE เนื่องจากเป็นการดึงสภาพคล่องออกจากระบบนั่นเอง เพื่อลดความเสี่ยงเงินเฟ้อ ซึ่งผมเชื่อว่าจะกลับมาอีกครั้งหากพบสัญญาณของเงินเฟ้อ"


          (ที่มา โพสทูเดย์:: คุณ โดยสุกิจ อุดมศิริกุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนลูกค้าบุคคล บล.ไทยพาณิชย์)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------


          สรุปง่ายๆ ก็คือ สหรัฐผ่อนคลายความตึงเครียดทางการเงิน โดยการเพิ่มปริมาณเงินเข้ามาในระบบเศรษฐกิจ แต่เค้าไม่ได้ กู้มาแจกหรือเอาเงินคลังมาใช้เหมือนพี่ไทยนะครับ เค้ามีวิธีเหนือเมฆ พิมพ์แบงค์กันไปเลย!!!

          โดยตลอด หลายปีผ่านมา เศรษฐกิจสหรัฐต้องประสบกับ วิกฤตทางการเงินครั้งใหญ่ หรือ Humberger crisis สถานบันการเงิน และภาคการผลิต หลายๆอย่าง แจ้งระเนระนาด โดยจุดเริ่มต้น มาจากการขาดสภาพคล่องใน ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ที่มีการเกร็งกำไรสูงในสหรัฐ เมื่ออสังหาล้ม สถาบันการเงินก็ล้มตาม และสุดท้าย ผู้คนก็กลัวและลดการใช้จ่าย ธุรกิจต่างๆ ก็ซบเซา และมีอีกหลายปัจจัย หลายเหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่างปี 2008-2011 นี้ กว่าจะเริ่มฟื้นขึ้นมาได้ ก็ใช้เวลาพอสมควรอยู่นะครับ

          หนึ่งในมาตราการที่สหรัฐใช้ ก็คือ QE นี่แหละครับ โดย การอัดฉีดเงินเข้าระบบ นั้น เงินมาจากไหนเอ่ย? เมื่อไม่มีเงิน ก็ต้องเสกมันมาครับ โดยการพิมเพิ่มก็ว่ากันไป สรุปถ้วนกระบวนความก็มีเงินเข้ามาในระบบ เพิ่มมากขึ้น เอาสั้นๆ (นโยบายที่เกี่ยวข้องก็มี ลดภาษีนิติบุคคล เหลือ 0-1% และอื่นๆ) โดย เฟดเริ่มดำเนินนโยบาย QE ในปลายปี 2551 จนสิ้นสุดเดือน มี.ค. 2553 เรื่อยมาจน QE 2 ที่พึ่งจบไปในเดือน มิถุนายน 2554 ที่ผ่านมา

แล้วมาตราการผ่อนคลายเชิงปริมาณ หรือ QE เนี่ย ส่งผลอย่างไรกับ ตลาด Forex?

1)   อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลจะลดต่ำลงและดึงให้อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลลดลงผลที่ตามมาคืออัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในระบบจะลดลง (***ดอกเบี้ยพันธบัตรลด เกี่ยวพันกับการอ่อนค่าของค่าเงินครับ**)
2) ปริมาณเงินในระบบ เศรษฐกิจจะเพิ่มขึ้นเนื่องจาก เงินถูกผลิตเพิ่มเข้ามา และจะทำให้เกิดสภาพคล่องในการใช้จ่ายของภาคธุรกิจ และภาคประชาชนด้วยในระยะแรกๆ แต่จะทำให้เิกิดภาวะเงินเฟ้อได้ในระยะต่อไป ซึ่งก็คือ ***เงินมีปริมาณมากขึ้น สินค้าจะแพงขึ้น นั่นหมายความว่าค่าเงิน อ่อนลง***
3) จากข้อ 1-2 จะทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง ซึ่งในทางเศรษบกิจสำหรับประเทศที่กำลังซบเซา คนตกงาน เกือบ 10% อย่างสหรัฐอเมริกาในตอนนี้นั้น จะทำให้สหรัฐส่งออกสินค้าไปยังประเทศต่างๆ ได้มากขึ้นนำพารายได้และผลกำไรให้เข้ากระเป๋านักธุรกิจที่ผลิตและส่งออก เมื่อเงินเริ่มกลับมา จะทำให้การจ้างงานให้เพิ่มขึ้นและช่วยลดอัตราการว่างให้ต่ำลง คนก็มีงานทำกล้าใช้สอยมาหขึ้นเศรษฐกิจก็จะพื้นตัวได้
*** ซึ่ง 3 ข้อนี้ ต้องใช้เวลานะครับ แต่ตลาดเงินนั่นนะสิ ปรับตัวกัน ไปก่อนและสะท้อนความคาดหวังได้เร็วกว่าความเป็นจริงซะอีก นั่น คือ ช่องทางแสวงหากำไรจะค่าเงิน USD ของเราครับ โดยถ้าพิจารณาจากทั้ง 3 ข้อแล้ว เราก็จะพบว่า ค่าเงิน USD จะมีแนวโน้มอ่อนค่า***

มาดูกราฟทางเทคนิคที่ตอบสนองต่อปัจจัยพื้นฐานกัน 
QE คืออะไร
(((QE2 เริ่ม ... ในเดือน พฤศจิกายน 2553 - มิถุนายน 2554))))
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
และ เนื่องจาก ค่าเงิน USD นั้น เป็นค่าเงินกลางในการอ้างอิงกับราคา ทองคำ และสินค้าโภคภัณฑ์ อื่นๆ ด้วย การอ่อนค่าลงของ USD จะส่งผล + ต่อราคาทองคำและโลหะมีค่าอื่นๆ เป็นเงาตามตัว
QE ผลกระทบ

          มาตราการทางการเงิน และนโยบายทางเศรษฐกิจต่างๆ นั้น ย่อมส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของค่าเงิน นักลงทุน และนักเกร็งกำไร Forex ก็จำเป็นต้องติดตามหรือมีความรู้เอาไว้บ้าง นอกจากจะช่วยสร้างโอกาสทำกำไรให้กับคุณๆ แล้ว ยังเป็นความเข้าใจในเรื่องเศรษฐกิจให้กับคุณด้วยครับ