แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ FED แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ FED แสดงบทความทั้งหมด

Jackson Hole And Gold Price

กันยายน 2012 การประชุม แจ๊คสันโฮล กับเทรนใหม่ของทองคำโลก :::::


 Advertisement
Thai Forexclub สรุปการแนวโน้มและทิศทางทองคำโลก                                                     
- หลังจากทองคำอยู่ในขาลงมาเป็นเวลาพักใหญ่ๆ ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือ ลงมาตั้งแต่เดือนกันยา 54 จนบัดนี้ เดือน กันยา 55 (1 ปีเต็ม) ตอนนั้นทองคำทำจุดสูงสุดไว้ราวๆ 1921 ดอล/ออนซ์ และทำจุดต่ำสุดไว้ที่ 1522 ดอล/ออนซ์ (ห่างกันถึง 400 ดอล/ออนซ์) ทองคำก็อยู่ในขาลงต่อเนื่องโดยมี เส้นดาวน์เทรนไลน์(Downtrend line) สีม่วง กดเอาไว้ (ดูกราฟทองคำประกอบ)

กราฟราคาทองคำ
กราฟราคาทอง วันที่ 3 กันยายน 2012 แสดงให้เห็นการปรับขึ้นผ่าน Downtrend line มาเป็นขาขึ้นอีกครั้ง

- นับแต่ไตรมาส 2 ปี 55 จนถึงปลายไตรมาส 3 ของปี 55 เข้าสู่ sideway เพื่อรอ ความแน่ชัดในทิศทาง ราคาทองคำเริ่มทำจุดต่ำสุดใหม่สูงขึ้นกว่าจุดเดิม และในที่สุดปลายสิงหา 55 ราคาทองคำได้ปรับตัวพุ่งสูงขึ้นทะลุกรอบราคา sideway ที่กดเอาไว้ (เส้นสีแดงเส้นกลาง) โดยทะลุแนวต้านไซด์เวย์ที่ 1640 ขึ้นไป อย่าแข็งแกร่ง ทำให้เริ่มมีสัญญาณบวกในการกลับเทรน ประกอบกับ กองทุนสำคัญเริ่มสะสมทองมากขึ้น เช่น SPDR และ กองทุนโซรอสฟันด์ บวกกับตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐออกมาไม่ค่อยดี ทำให้ ประธาน FED นายเบน เบอนัลเก้ สนับสนุนการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมซึ่งก็ยังไม่แน่ชัดว่าจะเป็น QE3 หรือไม่ แต่ก็มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นได้ครับ ซึ่งตลาดก็ตอบรับในเชิงบวกหลังจากการแถลงผลการประชุม FOMC ที่ เมืองแจ็คสัน โฮล(Jackson Hole) สุดสัปดาห์ก่อนหน้านี้ครับ


- ในที่สุดราคาทอง ทะลุเส้นดาวน์เทรนไลน์ ที่กดอยู่ได้ ที่ 1860 และกลับมาเป็นขาขึ้นเต็มตัว

โดยในเดือนกันยายนนี้ มีประชุมสำคัญเกี่ยวกับการเงินโลก วันที่ 13 และ 16 คือ การประชุมของ ECB ซื้อหากส่งผลบวกราคาทองคำเดือนนี้อาจไป ทดสอบ สุดสูงสุดเดิม ในลำดับต่อไปที่ ประมาณ 1800 และ 1920 ได้ในลำดับถัดไป (ดูตามแนวเส้นสีแดง)

***ขาขึ้นจะถูกทำลายหาก ราคา ทะลุ แนวเส้นสีม่วงลงมานะครับ ซึ่งความสัมพันธ์ หรือ Correlation ของทองคำกับ ค่าเงิน E/U ในตลาด Forex นั้น ไม่สูงมากในช่วงนี้เพราะ E/U ยังคงอยู่ในขาลงอยู่ แต่ทองคำขึ้นเอาๆ นะครับ***

FED Press Release on June 20, 2012

สรุปผลการประชุม FOMC ของ FED ที่มีผลต่อค่าเงิน USD และทองคำ
           ข่าวของการประชุม FED หรือธนาคารกลางสหรัฐ เป็นข่าว Forex ที่มีความสำคัญมากนะครับ เพราะทุกครั้งที่นาย เบนเบอนัล เก้ ออกมาพูดหรือแถลงการณ์นโยบาย มักทำให้ตลาดเงินทั่วโลกและการลงทุนทั่วโลกปั่นปั่วนได้ทุกทีไป การลงทุน จึงต้องคอยติดตามข่าวและเรื่องราวสำคัฐเหล่านี้นะครับ

 Advertisement

 "ราคาทองคำโลกปิดปรับตัวลดลง $15.34/Oz มาอยู่ที่ $1,602.50/Oz โดยที่ราคาทองคำได้รับแรงกดดันจากเงิน USD ที่แข็งค่าขึ้นจากผลการประชุมของ FOMC เมื่อคืนวานนี้ โดยธนาคารกลางสหรัฐหรือ FED ประกาศคงเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นอยู่ในกรอบ 0-0.25 % จนถึงปี 2014 และยังมีมติให้ต่ออายุมาตรการ Operation Twist ไปจนถึงสิ้นปี 2012 นี้ อีกทั้งยังประกาศว่า FED พร้อมที่จะดำเนินมาตรการที่จำเป็นอื่นๆ ในการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมเพื่อทำให้เศรษฐกิจแข็งแกร่งขึ้น ทำให้นักลงทุนที่คาดหวังว่าจะเกิดมาตรการ QE3 ในเร็ววันนั้น ผิดหวังและ ทยอยขายทำกำไรในทองคำออกมาครับ"



FED กับ ราคาทองคำ
ราคาทองคำผันผวนมากหลังที่ FED ประกาศผลการประชุม ประมาณ 23.30 น. เวลาไทยในคืนวันที่ 20 มิถุนายน โดยแกว่งตัวประมาณ 30USD

โดยผลการประชุมวันนี้แล้ว มีใจความดังนี้คือ (Credit Thailand Investment Forum)

ผลการประชุม FED
อ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่ http://www.federalreserve.gov/newsevents/press/monetary/20120620a.htm


1. อัตราการว่างงานยังสูง รายจ่ายครัวเรือนขยายตัวในอัตราที่ต่ำลง ธุรกิจที่อยู่อาศัยยังย่ำแย่ เงินเฟ้อลดลง เนื่องจากราคาน้ำมันดิบที่ต่ำลง

2. ความอ่อนแอของภาคการเงินโลก ส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐมีความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญ 

3. เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและเพื่อจัดการเงินเฟ้อในอยู่ในระดับที่เหมาะสม จึงให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในระดับ 0.00% - 0.25% และคาดว่าจะรักษาไว้ที่ระดับนี้จนถึงปลายปี 2014

4. ให้คงนโยบายซื้อพันธบัตรระยะยาว (6-30 ปี) และขายพันธบัตรระยะสั้น (ไม่เกิน 3 ปี) เพื่อกดดอกเบี้ยระยะยาวโดยทั่วไปให้ต่ำลง ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้อีกทางหนึ่ง - Operation Twist

5. ให้คงนโยบายซื้อกลับ (Reinvest) ตราสารหนี้ที่ครบอายุ และพร้อมจะขยายวงเงินหากจำเป็น - Quantitative Easing (QE)

*ซึ่งผลการประชุมครั้งนี้ เสียงโหวตไม่เป็นเอกฉันท์ โดยมี 1 เสียงเห็นว่าควรยกเลิก Operation Twist ได้แล้ว*



"ผลกระทบที่เกิดขึ้นคือ ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ทองคำ โลหะเงิน มีการเทขายอออกมาครับ ส่วนค่าเงิน USD เมื่อเทียบกับ JPY และ EUR แม้กระทั่งเงินบาทของไทย ค่าเงิน USD แข็งขึ้นครับ"

When FED Chairman not talk about QE3

ขึ้นเพราะคาด QE3 ร่วงก็เพราะชวด QE3

 Advertisement

- หลายต่อหลายครั้งที่ ค่าเงินสกุล USD และทองคำ เคลื่อนไหวรุนแรงเพราะความคาดหวังเรื่อง QE3 นี้ ดังนั้นนักเทรด Forex และ Gold จำเป็นจะต้องรู้ให้ทันว่าเกิดอะไรขึ้น -

QE3 กับราคาทอง
กราฟราคาทองคำ ในวันที่ 8 มิถุนายน 2012 แสดงการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ จากความคาดหวัง QE3
            ก่อนหน้านี้ไม่กี่วันทองคำ พุ่งขึ้นกว่า 80 USD/Oz ในคืนเดียว เนืื่องด้วยผลกระทบจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาแย่เกินการคาดการณ์ของนักลงทุน ในคืนนั้นเองราคาทองคำก็ได้พุ่งสูงขึ้น อย่างมาก โดยมาเหตุผลมาจากสาเหตุใหญ่ๆ 3 ประการก็คือ 1. ราคาทองอยู่ในระดับต่ำ(ลงมามาก) 2. ความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจชะรอตัวส่งผลให้ทองคำ น่าสะสมในฐานะ สินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงมากขึ้น 3. ตัวเลขเศรษฐกิจ โดยเฉพาะตัวเลข อัตราการว่างงานที่ประกาศออกมา และการขอรับสวัสดิการการว่างงาน ของ USAที่ประกาศไปก่อนหน้านั้น ตกต่ำ จนทำให้คาดหมายว่า FED จะมีการใช้มาตราการ QE3 อีกครั้ง อ่านได้ที่ link นี้ >>>>  http://thaiforexclub.blogspot.com/2012/06/us-unemployment-rate-and-qe3.html

           แต่เมื่อคืนวันที่ 7 มิถุนายน (เวลาประมาณ 21.00 น. ในประเทศไทย) นาย เบน เบอร์นัลเก้ ประธาน ธนาคารกรางสหรัฐฯ หรือ FED ได้ออกมาแถลงการณ์ และไม่ได้พูดถึงการนำมาตราการ QE3 มาใช้เลย ก็ทำให้นักลงทุนต่างผิดหวัง ผลกระทบที่ออกมาคือ นักลงทุน เทขาย ทองคำ และสินทรัพย์ต่างๆ ออกมา ทำให้เราเห็นการปรับตัวลงของสินทรัพย์ต่างๆ อีกครั้งหนึ่ง ประกอบกับ ตัวเลขอัตราการของรับสวัสดิการการว่างงาน ลดลง ทำให้ค่าเงิน USD มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น ทำให้ทองคำปรับลง


19:30USD
Unemployment Claims
377K
381K
389K
21:00USD
Fed Chairman Bernanke Testifies


จะเห็นได้ว่า การเคลื่อนไหวของราคาทองคำ ยังคงตั้งอยู่บนความคาดหวังของมาตราการ ผ่อนคลายเชิงปริมาณครั้งที่ 3 หรือ QE3 ของสหรัฐฯเป็นอย่างมากนับเป็น ปัจจัยสำคัญอีกหนึ่งปัจจัยที่นักเทรด Forex นักเทรด Gold ต้องติดตามให้ดี เพราะเป็นตัวชี้ทิศทางได้เลยทีเดียวครับ

Forex Gold Silver graph 1 May 2012

            ทองคำ/เงิน ขึ้นเพราะ เทคนิคคอล ลงเพราะ ปัจจัยพื้นฐาน

"วันนี้ ขอนุญาตเอา บทความและกราฟ ที่ได้เขียนไว้ใน กลุ่ม ลงทุนบน Facebook มาลงไว้ให้ชาวบล๊อกได้อ่านกันบ้าง ซึ่งก็คัดอันที่ดูเป็นประโยชน์และเปิดเผยได้ออกมาครับ มีคนเคยถามว่า ปัจจัยเทคนิคกับปัจจัยพื้นฐานอันไหนสำคัญกว่า วันนี้ผู้เขียนเลยเอา เหคุการณ์ในวันเดียวกัน ที่จะบอกว่าทั้งสองอย่างสำคัญนะ จริงๆ 2 เหตุการณ์นี้ถ้าจะให้อธิบายโดย วิธีใดวิธีหนึ่งก็ย่อมได้ แต่ก็ขอ อธิบายแบบครึ่งแรกครึ่งหลังคนละวิธีก็แล้วกันครับ"


 Advertisement

1 พฤษภาคม 2555 (เทคนิคคอลพาขึ้น)  เวลา 1 ทุ่ม ถึง 2 ทุ่มกว่าๆ
            วันนี้หลังจาก Marketiva เปลี่ยนชื่อเป็น AGEA ปรากฎว่า วันที่ 1 พฤษภา ค่าคอมมิสชั่นไม่เข้า ไปในบัญชี ต้นต้นเดือนอย่างเคยครับ ผมก็เลย เขียน E-mail ไปทวง ค่า Commission จาก AGEA ได้มา 42 ดอลกว่าๆ ก็เลยจัดหนักซื้อ Silver ไป เพราะเห็นสัญญาณเทคนิคสวยดี (MACD ตัดเส้น 0 แล้ว หักหัวขึ้น) ประกอบกับ อ่านบทวิเคราะห์ราคาทองและเงินของโบรกเกอร์ทองอันดับ 1 ของเมืองไทย YLG เลยมั่นใจว่า วันนี้ทองคำและเงิน น่าจะขึ้น หลังจากอาทิตย์ก่อนได้พูดคุยกับหลายคนว่า มันจะขึ้นแล้ว พอได้ตอมมิสชี่นก็ต้องจัดหน่อย ><


เทคนิค Forex
MACD ตัดเส้น 0 ขึ้นมาแบบทะยาน เกิดสัญญาณ Golden Cross
            โดยที่ MACD ในกราฟ ราย 5 นาที ตัดเส้น 0 ขึ้นมาครับ และถ่างออกจากกันถ้าทิศทางจะชัดเจนและแรง MACD ต้องถ่างนะครับ ^^ เสร็จแล้ว เส้นค่าเฉลี่ย 10และ12 สีฟ้าและแดง ตัดเส้นค่าเฉลี่ย 35 เกิดสัญญาณ Golden Cross ครับ ก็เป็นสัญญาณให้ซื้อ แต่ ราคามันขึ้นแรงมาก ซื้อไม่ทันครับ ผมจึงรอมันย่อก่อนแล้วซื้อ แล้วก็ถือรอครับ เวลานั้นเป็นช่วงก่อนประกาศ ข่าว PMI เป็นการเล่นแบบเกร็งกำไรนะครับ สั้นๆ ก่อนข่าวออก เพราะตลาดคาดว่า PMI ของสหรัฐ จะออกมาค่อนข้างดี นั่นก็อาจส่งผลให้ราคาทองคำย่อได้ครับ แต่ก่อนข่าวออกบางทีกราฟก็จะไปในอีกทิศทางหนึ่งครับ เราก็เล่นไปตามสัญญาณแหละครับ 

*** ข้อควรสังเกตุคือ:::  ในวันดังกล่าวเป็นวันที่ ตลาด ยุโรป ปิดทำการนะครับ ประเทศไทยเป็นวันแรงงานแต่ยุโรป ผมไม่แน่ใจแต่หยุดหมดเลยนะครับ ดังนั้น วอลุ่มตลาดเบาบางมากครับ และมีแต่ฝั่งสหรัฐที่เล่นกัน ดังนั้นภาวะแบบนี้ตลาดไม่มีสภาพคล่องนัก***


ต่อ 1 พฤษภาคม 2555 (ปัจจัยทางเศรษฐกิจพาลง) เวลา 3 ทุ่มเป็นต้นไป

            หลังจากนั้น ไม่นาน ทองและเงินก็กลับทิศตามทิศทางของค่าเงิน USD ที่แข็งค่าขึ้นจะดัชนี PMI ที่ดีกว่าคาดมาก(ในคืนวัน ที่ตลาดยุโรป หยุด เปิดแต่สหรัฐ)

เกร็ดความรู้ :: PMI เป็นดัชนีที่ใช้วัชการเติบโตด้านการจัดซื้อของโรงงาน คือการสั่งเครื่องจักรใหม่ ถ้าเกิน 50% แสดงว่าเศรษฐกิจขยายตัว  หากต่ำกว่า 50% ก็แสดงว่า เศรษฐกิจหดตัว ดังนั้นยิ่งมากยิ่งดีนะครับ

ดูประมวลภาพคร่าวๆ กัน

ข่าว Forex
เพียงไม่กีนาทีหลังประกาศตัวเลข PMI เงินดอลล่าก็แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว ทอง/เงิน ก็ลงตาม

สรุป::: พอ 21.00 น. ตัวเลข PMI ประกาศ USD แข็ง!!!!(คืนนี้มีแต่ฝั่งสหรัฐที่เทรดกัน) ทองคำมีความสัมพันธ์กับ USD ทองก็โดนขายตามเลย USD แข็ง EUR/USD จะลง ทองลงเพราะ ขายไป ถือเงินดอล และหาก ดัชนี PMI ดี แสดงถึงการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ นั่นหมายถึง การที่ FED (ธนาคารกลางสหรัฐฯ) จะจำเป็นต้องใช้ มาตราการ QE3 ได้ห่างไกลออกไป ทองคำที่อยู่บนความคาดหวังของ QE3 จึงถูกเทขายออกมา


เขียนโดย::: นายคนนั้น แห่ง thaiforexclub.blogspot.com

QE or not Effect to Gold and Forex

หรือจะไม่มี QE ??? สัญญาณ ของประธาน FED ไม่แน่ชัด ในวัน Leap Day 

            29 กุมภา เป็นวัน Leap Day ^__^ คำว่า Leap แปลว่ากระโจน Leap Day เป็นวันที่อนุญาตให้ ผู้หญิงอังกฤษ(ซึ่งเป็นผู้ดี) บอกรักชายหนุ่มได้ และวันนี้ 4 ปีจะมีครั้งเดียว วันนี้เองทองคำก็ Leap เหมือนกัน กระโจนลงเหว หลังจาก เบน เบอนันเก้ ประธาน ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) บอกรักเศรษฐกิจสหรัฐเวลา 4 ทุ่มในบ้านเรา ก่อนหน้าการบอกรักอย่างเป็นทางการ ตัวเลขเศรษฐกิจ และ GDP ของสหรัฐออกมาดีจริงๆ เบนก็คงปลื้มบอกรักซะรุนแรง ทำเอาคนฟัง ตีความกันไปต่างๆ นานา ว่า เบนจะเอายังไงต่อไป ><" 

            เข้าเรื่องเลยดีกว่าวันนี้พักเทรด Forex มาคุยเรื่อง ราคาทอง กันบ้างราคาทองที่เคยทะลุ 1788 ซึ่ง เป็นแนวต้านทางเทคนิคที่สำคัญ ที่เหล่าบรรดานักเทคนิค โบรกเกอร์น้อยใหญ่ต่าง ฟันธงกันว่า ผ่านไปได้ สดใสแล้วทอง แต่ในวันที่ ท้องฟ้าสีจางๆ วันเดียวกันนี้เอง ทองคำกลับ ตกวูบลงมาถึง 102 จุด จากจุดสูงสุดบริเวณ 1790 ดอล/ออนซ์ ลงมาทำระดับต่ำสุดของวันที่แถวๆ 1688 ดอลล่า/ออนซ์ นับเป็นการกระชากใจ คนมีความสุขที่ได้เห็น ราคาทองทะยานทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่องมาจนช็อค การถล่มลงมานั้น อยู่นอกเหนือการคาดหมาย เพราะแม้ว่า กราฟรายวัน RSI และ MACD จะส่งสัญญาณ Divergence (ราคาทำจุดสูงสุดใหม่ แต่เครื่องมือเทคนิคไม่ทำ) มันก็ควรจะย่อโดยเทคนิค ซึ่งนั่นก็ควรจะมี เส้นค่าเฉลี่ย 10 วัน(เส้นของนักลงทุนระยะสั้น) รับไว้ได้อยู่สิ ซึ่ง ก็คือบริเวณ 1766 นั่นเอง ซึ่งเส้นนี้ก็ทำงานดีมาได้ 2 เดือน แล้วเชียว ปรากฎว่าวันนี้ รับไม่อยู่ทีเดียว ถึงกับขั้น หล่นวูบลงมาเทสเส้นค่าเฉลี่ย 120 วัน ของนักลงทุนระยะกลางที่ 1684 หวังว่าคงไม่ลงจนตกลงทะลุเส้นค่าเฉลี่ย 200 ของนักลงทุนระยะยาว ซึ่งเส้นนี้ 5 ปีรับไม่ตลอด พลาดครั้งเดียว(ครั้งไหนเหรอ ครั้งก่อนที่ทองตกจาก 1900 แล้วรูดลง 1524 อะ แว๊ก!!!) เพราะถ้าหล่น เส้นของนักลงทุนกลาง-ยาว เขาก็ขายตามกฎของนักเทคนิคกันไป แต่คราวนั้น สาเหตุก็มาจากความกลัวว่า กรีซจะผิดนัดชำระหนี้เชียวนะ การลงครั้งนี้ เกิดจาก การที่ตลาดตีความว่า FED อาจไม่มี QE3 แต่ถ้าไม่มี ECB จะไม่อัดฉีดเงินเข้าไปในระบบ ก็หามิได้ เอาเป็นว่า เรื่องราวยาวนานของ ทองคำกับนายเบนก็ยังไม่จบ ตลาดก็ตีความกันไปต่างๆ นานา ทั้งค่าเงิน EUR/USD ซึ่งเป็น Forex และ ราคาทองคำ ซึ่งเป็น Commodity ที่เชื่อมโยงกันก็เลย มีสภาพอย่างข้างล่างนี้ครับ...

ดูกราฟให้สบายใจกันดีกว่า *0*/                                                  

กราฟราย 5 นาที และ 15 นาที เริ่มหยุดนิ่งแล้ว
RSI และ MACD ก็ Divergence เล็กๆ อีกรอบ 

วงกลมสีน้ำเงิน RSI ทะลุ 33 ขึ้นมาแล้ว ขณะที่กราฟ ยังไม่ทะลุ
วงกลมสีเขียว MFI ไม่ลงแล้ว แต่ก็ดูยังขค้นไม่มากเท่าไหร่
วงกลมสีม่วง MACD ตัวนี้ไม่ลงตามกราฟเลย แล้วก็ตัดขึ้นแล้ว แต่จะให้ชัวร์ต้อง ทะลุ 0 ขึ้นมาให้ได้ ตอนนี้อยู่ -2 อยู่

          รอ กราฟ ราคา ตัดทะลุ เส้นค่าเฉลี่ย 10 และ 12 วันขึ้นมา จึงจะสบายใจได้ ทั้งนี้ 1688 จะรับอยู่มั้ย ก็น่าจะอยู่ในคืนนี้ หวังว่าพรุ่งนี้ อาม่าอาซิ้ม จะไม่ไปยืนต่อแถวซื้อทองกัน เพราะเห็นว่ามันลดราคานะ อิอิ แล้วตลาดคงจะหลับยาวไปก่อน หลังการปรับฐานรุนแรง เดี๋ยวทองขึ้น ผมจะเก็บเพิ่มไม่ทัน

           แม้ส่วนตัวจะคิดว่าทองถูกไปแล้ว แต่บางทีอารมณ์ตลาดก็เป็นอะไรที่น่ากลัวอยู่เหมือนกัน แต่ถ้าคนส่วนใหญ่ในตลาดกลัว เราจะซื้อ!!! ถ้าอาม่าไปเข้าแถวซื้อทอง เราจะขายให้อาม่าเอง อิอิ ^____^V

           ก่อนจากกัน คิดว่า ในระดับสัปดาห์ 
          - จุดเปลี่ยนเป็นขาขึ้น 1734
          - จุดเปลี่ยนเป็นขาลง 1680

*** การลงทุนมีความเสี่ยง ทั้ง Forex Gold และ หุ้นนะครับ ข้อมูลนี้เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคล หาได้ชี้ชวนไม่ ผู้ลงทุนควรศึกษาด้วยตัวเองประกอบการตัดสินใจในการลงทุนครับผม***

FED Federal Funds Rate Effect to Gold and Forex Market

FED ตรึงอัตราดอกเบี้ย ไปอีก 2 ปี ส่งผลต่อตลาดทองและ Forex อย่างไร?               
By: นายคนนั้น 

 Advertisement

            หลังจากซบเซามาเนิ่นนาน เศรษฐกิจสหรัฐฯ ก็เริ่มส่งสัญญาณดีขึ้นบ้าง สำหรับการประชุม FED หรือ ธนาคารกลางสหรัฐฯ ครั้งแรกของปีนี้ ในวันที่ 26 มกราคม 2012 ก็มีผลการประชุม ตามที่ตลาดทุนทั่วโลกคาดหวังและอยากจะเห็นครับ ความแตกต่างของการประชุมในครั้งนี้ ที่ต่างกับ ครั้งที่ผ่านๆ มาคือ รอบนี้เป็นการใช้รูปแบบการสื่อสารใหม่ครับ โดยปกติที่ผ่านมานั้น เมื่อ FED ประชุมกัน จะไม่มีการให้ข่าว เรื่องนโยบายหรือมุมมอง ของที่ประชุม FED แต่ตลาด และนักลงทุน ต้องตีความกันไปเองครับ จะไม่บอกตรงๆ ซึ่ง ที่ผ่านมา ก็สร้างความผันผวนให้กับตลาดเงิน ตลาดทุน อย่างมากอยู่เหมือนกัน คราวนี้ เค้าจึงปรับวิธีการสื่อสารใหม่ครับ แจกชีตกันเลยทีเดียว มีตารางแผนการแจกให้ื่อมวลชนกันเลย ส่วนหลังจากการประชุมแล้ว ประธาน FED ก็ออกมา แถลงเลย ไม่ใช่เป็นการส่งสัญญาณอ้อมๆ อย่างที่ผ่านมา

นาย เบน เบอนาเก้ แถลงนโยบายของ FED 26 ม.ค. 2012
            ทีนี้เรื่องมันก็สนุกตรงที่ว่า คุณ เบน เบอนาเก้ ประธานเฟด ออกมาบอกกันโต้งๆ เลยว่า FED มีมาตราการในการ คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ ที่ระดับ 0-0.25% กันไปอย่างน้อยก็ กลางปี 2014 (อีก 2 ปีกว่า) ซึ่งแท้จริง สหรัฐฯ เองก็ใช้อัตราดอกเบี้ยนี้มา เป็นเวลา 3 ปี นับแต่ วิกฤต Hamburger Crisis แล้วล่ะครับ การคงอัตราดอกเบี้ย จะส่งผลอะไรกับ ตลาดหุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ อย่างทองคำ เงิน แพตทินั่ม และ อัตราแลกเปลี่ยน นะ???? นักเทรด Forex  หลายท่านคงมีคำถามสงสัยอยากรู้แล้ว วันนี้จะมาอธิบายคร่าวๆ ให้ฟังพอสังเขปครับ

          เมื่ออัตราดอกเบี้ยนโยบาย ต่ำมันจะส่งผล ในการกระตุ้นการใช้จ่าย และกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะ ดอกเบี้ยเงินฝากมันจะต่ำมาก เสมือนหนึ่งเอาเงินไปฝังดิน ฝากไปก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าอยากให้เงินงอกต้องเอาไปลงทุนครับ ซึ่ง จะทำให้ เงินไหลเข้าไปในตลาดหุ้น และ ทองคำ มากขึ้น เพราะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า โดนเฉลี่ยแล้วในระยะยาว หากลงทุนในหุ้น และทองคำ จะให้ผลตอบแทน ประมาณ 10% และ 5% ตามลำดับครับ แต่ในขณะที่เศรษฐกิจ สหรัฐ และ ยุโรป และญี่ปุ่น อยู่ในภาวะ ถดถอย และ ชะลอตัวอย่างนี้เงิน ก็จะไหลเข้า เอเซีย และ ลาตินอเมริกา ครับ ส่งผลให้มีกระแสเงินทุน หรือ Fund Flow ไหลเข้าตลาดหุ้น และพันธบัตรของประเทศ ต่างๆ เหล่านั้น (รวมถึงไทยนะครับ) แบบนี้นักเทรด Forex ทองคำ และหุ้นก็ได้เฮกันแน่นอนครับ *0*

ผลกระทบต่อ ค่าเงิน  >>> เมื่อ FED ประกาศดังนั้น ก็จะทำให้ค่าเงิน USD อ่อนค่าลงครับ เพราะ เมื่อดอกเบี้ยไม่ขึ้น ต้นทุนการกู้เงิน ก็จะต่ำออกไปถึง 2 ปี ความเสี่ยงในการลงทุนก็จะต่ำครับ นักลงทุนก็จะ ขายเงิน USD ออก และเอาไปซื้อสินทรัพย์เสี่ยงเพื่อการลงทุน แทนครับ ซึ่ง เงินเหล่านี้ ก็จะไป เข้าสู่ตลาดทองคำ เงิน และ ตลาดหุ้น ส่วน USD เมื่อถูกขายก็จะอ่อนค่าลงครับ ส่งผลให้ ค่าเงิน ที่เทียบกับ USD จะแข็งค่าขึ้นโดยบริยาย เช่น เงินบาท แข็งขึ้น 27 สตางค์ต่อ 1 ดอลล่าสหรัฐนะครับ

สำหรับ EUR หรือเงินยูโร ก็จะแข็งค่าเมื่อเทียบกับ USD เช่นกัน หรือถ้าพูดให้ถูกก็ คือ USD มันอ่อนลงเองนั่นแหละครับ กลไกมันเป็นแบบนี้ครับ ^^ มาดูกราฟกันครับ


ค่าเงิน USD เมื่อเทียบกับ EUR อ่อนค่าลงทันทีส่งผลให้ กราฟ EUR/USD พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
           
            ผลกระทบต่อตลาดทองคำ >>>> ทางด้านตลาดทองคำก็ไม่น้อยหน้าเลยครับ เงินไหลเข้าทันทีทันใด จนสุดคืนเนี่ย ราคาทองคำขึ้นมา ประมาณ 44 ดอล/ออนซ์ เช้าวันนี้ ราคาทอง 96.5% ในประเทศไทยเอง โดยสมาคมค้าทองคำ ก็บวกไป ถึง 600 บาท/บาททองคำ จากราคาปิดเมื่อวาน 24750 บาท จากการที่ราคาทองคำโลก ขึ้นมา  44 USD/ออนซ์  25350 บาททีเดียว

มาดูกราฟ การเทรดทองของผม กับ การคาดการณ์ เรื่องดอกเบี้ยนี้กันบ้างนะครับ 
(มีทั้งทอง และเงิน)
กราฟ Spot ทองคำโลก พุ่งขึ้น ปรับขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 4 เดือน จากการประกาศตรึงอัตราดอกเบี้ยของ FED
จากการ ดู 2 กราฟ นี้จะเห็นได้ว่า การประกาศตรึงอัตราดอกเบี้ยนี้ จะส่งผลกระทบ ต่อ สินทรัพพย์เสี่ยง อย่างทองคำ และ เงิน ค่อนข้างมากนะครับ ซึ่ง ผมเองก็มีการวางแผนสำหรับกาารเทรดครั้งนี้ มากว่า 2 เดือน การลงทุนต้องมีการวางแผนนะครับ และ ข่าว และปัจจัยพื้นฐานนั้น สามารถสร้างผลกำไรให้คุณได้เช่นเดียวกับ การใช้เทคนิคในการเทรด Forex และทองคำ เพียงแต่ต้องเข้าใจความหมายที่ที่มาที่ไปของตัวเลขเศรษฐกิจ และ นโยบายต่างๆ ได้นะครับ สำหรับอนาคต เราคาดว่า น่าจะ มีการอัดฉีดสภาพคล่องเข้าระบบ ของ สหรัฐ หรือ QE3 และ ของยุโรป และ อาจตามด้วยจีน ในปีนี้ด้วย ถ้าใครพิมพ์เงิน เงินคนนั้นก็อ่อนครับ เราต้องจับตาดูกัน ^^