แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เทคนิค Forex แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เทคนิค Forex แสดงบทความทั้งหมด

E/J 12 Fedbuary 2013

EUR/JPY เงินยูโรเทียบเงินเยน 12 กุมภาพันธ์ 2013::



 Advertisement
กราฟค่าเงิน EUR/JPY วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2013


กราฟ ขึ้นมาชันๆ ตลอด 2-3 เดือน ความชันสูงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเกินสัญญาณกลับตัว เมื่อ กราฟ ทำลักษณะ คล้าย Head&Shoulder หรือรูปแบบหัวและไหล่ คือมี 3 ยอด ยอดแรก เป็นไหล่ซ้าย ยอดสองเป็นหัว ยอดสามไหล่ขวา ขีดเส้น ที่จุดต่ำสุด จะได้เส้น Neck line คือ เส้นไหปลาร้า 5555+

เมื่อกราฟ ทะลุเส้น Neck line ลงมา มักจะ มีการปรับลง เท่ากับ ความสูงจาก คอไปหัว โดยจะลงไป จากคอลงไปใน ระยะเท่ากัน (มันเป็นทฤษฎี) ทีนี้เมื่อทะลุลงมา เส้น Neck line จะกลายเป็นแนวต้านเมื่อกราฟ ดีดีตัวกลับมาไม่ผ่านแนวต้าน นี้ จะกลายเป็นขาลง...

- ความเสี่ยง ญี่ปุ่นดำเนินนโยบาย ให้ค่าเงินอ่อน (กราฟ เลยขึ้นมา)

- ปัจจัยสนับสนุน EU ประกาศ หาก ค่าเงิน EUR อ่อนต่อเนื่องจะเข้าแทรกแทรงเงินเพื่อ เสถียรภาพ

เป้าหมายราคา คือ จุดเส้นสีส้ม เส้นล่าง หรือ จุด LOW ต่างๆ เดิมนั่นเอง ทั้งนี้การดูทางเทคนิคค่อนข้างลำบากเนื่องจากในช่วงนี้ราคาค่าเงิน Forex นั้นวิ่งไปตาม ข่าวและปัจจัยทางเศรษฐกิจเป็นหลัก โดยยังมีการประชุม G20 ซึ่งจะพูดถึง เสถียรภาพ ทางเศรษฐกิจ ของ ยูโรโซน และ ยังมี เรื่องสงครามค่าเงินที่กำลังเกิดขึ้นเมื่อ ทุกประเทศต่างพยายามดำเนินนโยบาย และแทรกแซงค่าเงินของตัวเอง 
อัตราแลกเปลี่ยนโลกจะเป็นอย่างไรคงต้องติดตามกันต่อไปครับ


Gap ที่ ชนแนวต้าน E/U เช้าวันที่ 28 พฤษภาคม 2012


 Advertisement

           วันนี้เรามาตามติด Gap ที่เกิดขึ้นต้นสัปดาห์กันอีกสักครั้งกันครับ วันนี้ Forex ค่าเงิน EUR เปิดกระโดดขึ้นครับ แต่ขึ้นมาติดแนวต้านบริเวณ 1.2595 ซึ่งเป็นยอดสูงก่อนปิดตาดสัปดาห์ก่อนซึ่งก็เป็นเพียงแนวต้านเล็กๆ ซึ่งผู้เขียนคิดว่า กราฟจะชนแนวตรงนี้แล้วย่องมา อาาจะย่องมาที่เส้นค่าเฉี่ย 10 วัน (ของกราฟราย 15 นาที)ก็ได้ครับ จุดนั้นเป็นจุดที่น่าเสี่ยงเปิด Long Posiotion เพื่อรลุ้น รีบาวน์ขึ้นเหมือนกัน เพราะแม้ว่าจะไม่มีข่าวความเคื่อนไหวอะไรพิเศษแต่ ทางเทคนิคจากการปรับงแรงในสัปดาห์ที่แล้วน่าจะมีการดีดีกับเนื่องจาก  MACD มีการทะยานขึ้น เหนือจุด 0 อีกทั้ง ในสัปดาห์ที่แล้วค่าเงิน EUR/USD ลงมาเยอะมาก มากจนกระทั่ง ค่าเงิน EUR อ่อนตัวที่สุดในรอบ 22 เดือนครับ เพราะนักงทุนโยกเงินกลับไปถือครอบค่าเงิน USD กันซะมาก จากความกังวลเรื่อง กรีซ ในปลายสัปดาห์มีการประชุมของผู้นำเศรษฐกิจยูโร ยังคงคาดหวังให้ กรีซ อยู่ในยูโรต่อไปแต่ก็ยังไม่มีมาตราการที่แน่ชัดออกมาว่าจะทำอย่างไรกันนะครับ

            มาดูกราฟ E/U วันนี้กัน อาจจะลอง Long Position ที่ เส้น EMA 10 ในกราฟราย 15 นาที(ประมาณ 1.2580-1.2585) Stop loss ที่ 1.2560 เป้าหมายทำกำไร 1.2602 หรือหาก ทะลุ 1.2602 ไปก็ปล่อยยาว 1.2620 เล่นนิดๆ พอสนุกๆ นะครับ ^^

กราฟ E/U วันนี้

 หมายเหตุ::: บทความนี้เป็นเพียงความเห็นส่วนบุคคล ไม่ได้มีเจตนาชี้นำให้เกิดการลงทุน การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนโปรดใช้วิจารณญาณใจการตัดสินใจ ^^

New ThaiForexclub 25 May 2012

25 พฤษภาคม 2012 ThaiForexclub ปรับโฉมใหม่ อ่านง่ายข้อมูลแน่นเหมือนเดิม!!!

by นายคนนั้น                                                                                                                                                       
            สวัสดีครับชาวบล็อก ThaiForexclub.blogspot.com วันนี้ทีมงานได้มีการเปลี่ยนโฉมรูปแบบบล็อกใหม่ให้อ่านง่ายขึ้น และกำลังจัดหมวดหมู่ข้อมูลให้เหมาะสมกับผู้อ่านแต่ละท่านมากขึ้น เนื่องจากมีหลายท่านบอกว่า หน้าเว็บแบบเก่าแคบเกินไป ทำให้รูปภาพเล็ก แล้วก็บางครั้งรูปตกขอบ ดูรูปได้ลำบาก วันนี้เราจึงปรับโฉมใหม่ให้ เนื้อหากว้างขึ้น แต่ยังคงอัดแน่นด้วยเนื้อหาทางด้านการงทุน Forex ทองคำ และ เต็มด้วยเนื้อหาสาระที่ไม่ซ้ำใครเหมือนเดิม เรียกว่า อ่านแล้วจะได้มีเทคนิค Forex กันอย่างมากมายเลยทีเดียว
เว็บ Forex
รูปโฉม Blog Thai Forex Club ใหม่ สวยงามอ่านง่ายกว่าเดิม  
           พิเศษ กับ คอลัมน์ "จาก 5 USD สู่ 100 USD" โดยเพื่อช่วยให้มือใหม่ สามารถดูตัวอย่างได้ ซึ่งน่าจะเริ่มตั้งแต่ 5 USD ที่ AGEA ให้มาทำอย่างไร? ให้เป็น 100 USD  
           โปรเจ็คนี้น่าจะเริ่ม เดือนมิถุนายนเป็นต้นไปครับ โดยจะอัพเดทกันสดๆ ให้ดูทุกวันเลยครับ(ถ้าเป็นไปได้) ก็อย่าลืมมาลุ้นกันว่าจะทำได้สำเร็จหรือไม่ กำไรขาดทุนกี่เปอร์เซนต์นะครับ ^^

           สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามเสมอมาครับผม ^_____^

Gap Trading stochastic-and-doji 2

Gap Trading เล็กๆ ในกราฟทองคำวันนี้ 21-05 -2012


 Advertisement

            หลังจากได้เสนอวิธีเทรด Forex และทองคำ ด้วย Gap ที่เกิดขึ้นในต้นสัปดาห์ไปแล้วในต้นสัปดาห์ที่แล้ว ใครยังไม่ได้อ่าน ลองอ่านวิธีเทรด Forex และทองคำด้วย Gap Trading ได้ที่ ลิงค์นี้ ครับ วันนี้ก็นำตัวอย่างในต้นสัปดาห์นี้มาให้ดูกันครับ แต่ต้นสัปดาห์นี้ แก๊บค่อนข้างที่จะเล็กมากในกราฟ ทองคำ แต่ก็พอมีจังหวะให้เราสามารถทำกำไรได้เหมือนกันนะครับมาดูกันเลย


สถานการณ์ทางปัจจัยพื้นฐาน:: เมื่อสุดสัปดาห์มีการประชุมสุดยอดผู้นำ G8 และมีมติให้สนับสนุนให้กรีซสามารถอยู่ใน กลุ่มยูโรต่อไปได้ ในขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐในปลายสัปดาห์ที่แล้ว ออกมาแย่ส่งผลให้ความคาดหวังเรื่องมาตราการ QE3 ว่ามีความหวังมากขึ้นที่จะเกิดขึ้น ทางด้านของสเปนเองก็มีต้นทุนด้านการเงินสูงขึ้นและ มีการหั่นเครดิตธนาคารหลายแห่งในยุโรป แต่ความหวังเรื่อง QE3 ดูจะบดบังข่าวร้ายในรอบนี้ไป ปลายสัปดาห์นั้นทองคำยังมี momentum ในการรียาวน์ขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลมายังต้นสัปดาห์นี้

กราฟทางเทคนิค: ทันทีที่ตลาดเปิดในต้นสัปดาห์ ราคาทองคำกระโดดขึ้นไปอย่างรวดเร็ว เกิด Gap เล็กๆ ในกราฟรายนาที พอราคาขยับตัวเข้าใกล้ 1600 ดอล/ออนซ์ ก็มีแรงขายกลับมา ดังนั้นจะเกิดแนวรับแนวต้าน 2 จุด (เส้นสีฟ้า บนและล่าง) ด้านบนคือจุดที่ราคาวกกลับ และด้านล่างคือ แนวราคาก่อนตลาดเปิดหรือแนวปิดแก๊บนั่นเอง

วิธีเทรด: ในชั่วโมงแรกของการซื้อขายนั้น ความจริงแล้วไม่แนะนำให้เทรดเท่าไหร่ สัปดาห์นี้แก๊บเล็กไปหน่อยและการวกกลับมาทดสอบแนวรับปิดแก๊บ เกิดค่อนข้างเร็วแต่ก็ พอมีโอกาสให้เทรด เมื่อกราฟราคาวกหลับมาทดสอบแนวรับที่บริเวณ 1591 ดอล/ออนซ์ นั้น กราฟแท่งเทียนเกิดเป็นลักษณะ Long-Legged Doji ทำให้มั่นใจได้ว่าการปิดแก๊บครั้งนี้ ไม่น่าจะทะลุ แนวรับของ Gap ไปได้ อีกทั้ง Slow Stochastic มีการ oversold และเริ่มขึ้น เป็นจุดที่สามารถ เปิด Long Position หรือ Buy ได้(วงกลมสีส้ม) โดยมีจุดตัดขาดทุน(Stop loss) ที่ต่ำกว่าแนวรับของ Gap และเป้าหมายทำกำไรที่แนวต้าน บริเวณ 1597 หรือ อาจถือลุ้น 1600 และ 1615 ได้หากต้องการโดยมีจุดตัดขาดทุนหากกราฟ กลับมาทะลุแนวรับของ Gap ลงไป



เขียนโดย::: นายคนนั้น แห่ง Thaiforexclub.blogspot.com (กรุณาใครเครดิตและ ยิงลิงค์กลับมาหากทำไปเผยแพร่ต่อครับ)


Stochastic and Doji on Gold Graph 18 May 2012

โดจิกับกรอบราคาทองคำในขาลง สัญญาณเทคนิคที่สามารถสร้างกำไรได้


 Advertisement


            เวลาที่ราคาทองลงมามากๆ แบบนี้ หลายคนก็สงสัยกันครับว่า ลงมาเรื่อยๆ ทุกๆวัน แล้วเมื่อไหร่มันจะกลับตัวให้ซื้อกันได้ซักที ไม่ว่า Forex หรือ Gold ก็ดีเมื่อราคาเคลื่อนไหวแบบมีทิศทางการจับสัญญาณทางเทคนิคจะสามารถสร้างผลกำไรที่น่าพอใจให้กับเราได้ครับ แต่ในกรณีที่ราคาเคลื่อนไหวไร้ทิศทาง หรือมีทิศทางแต่ไร้ระเบียบก็เสี่ยงมากครับที่จะเข้าไปเปิดสถานะใดๆ เพราะอาจจะทำให้ขาดทุนเอาง่ายๆ

กราฟทองคำ
การวิเคราะห์ทิศทางราคาทองคำด้วยเทคนิค จากกราฟวันที่ 18 พฤษภา 2555 

วิธีการวิเคราะห์ทิศทางด้วยกรอบราคา Stochastic และ Doji
            1. ดูกรอบราคาหรือ trading Channel  ซึ่งเป็นตัวช่วยให้เรารู้ว่าราคากำลังเคลื่อนไหวไปทิศทางไหน และมีระเบียบหรือไม่ วิธีวัดก็ง่ายๆ ถ้าคุณสามารถสังเกตกรอบการเคลื่อนไหวได้ด้วยตา หรือ ขีดเส้นตีกรอบการเคลื่อนไหวได้(กรอบของราคาไม่จำเป็นต้องตรงแป๊ะๆ นะครับ) นั่นก็แสดงว่าราคามีทิศทางและเคลื่อนไหวมีรูปแบบแล้วครับ วิธีขีดกรอบราคาอย่างย่อ ก็คือ ขีดเส้นแนวโน้มหรือที่เรียกว่าเส้นเทรนไลน์ 1 เส้นลากผ่านจุดสูงสุดของกราฟ ขณะช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง แล้วขีดเส้นเทรนไลน์อีก 1 เส้นผ่านจุดต่ำสุดของกราฟ ในช่วงเวลาเดียวกัน จะเกิดเป็นกรอบราคา ข้อสังเกตุคือราคาจะวิ่งจากเส้นหนึ่งไปชนอีกเส้นหนึ่งแล้วเด้งกลับ เหมือนลูกบอลที่ เด้งดึ๋งอยู่ในท่อน้ำครับ

            2. สังเกตแท่งราคา  ที่ชนกับเส้นด้านล่างนะครับ มักจะเป็นแท่งเทียนที่เป็น สีดำ หรือ Strong Sell คือมีแรงขายมาก แต่พอมาชนเส้นจะเกิดแรงซื้อกลับ จะปรากฎเป็นหางยาว และในวันถัดไป หรือแท่งเทียนถัดไป กราฟจะไม่ทำจุดต่ำสุดใหม่ คือต้องปิดสูงกว่าวันที่ชนนั้น ถ้าจะให้ดีจะเกิดเป็นแท่งสีขาว และการกลับตัวจะเกิดขึ้น เป้าหมายคือ เส้นแนวต้านของกรอบราคาข้างบน

***ทั้งนี้ให้จำไว้เสมอว่าในตลาดขาลง การขึ้นอาจจะถูกทำลายเมื่อใดก็ได้ การขึ้นจะเป็นเพียงการรีบาวน์ ไม่ควรเสี่ยงหรือ ลงเงินมากให้เล่นนิดๆ หรือไม่เล่นก็ได้ไม่มีใครว่าครับ หากจะปลอดภัยขาลงก็ short ขาขึ้นก็รอ Long จะดีกว่าสวนตลาดเพราะอาจดับอนาจได้เสมอ***

            หากเราอยากเปิด Long Position ทำได้ครับ แต่เราต้องตั้งจุดขาดทุนหรือ Stop loss ที่ใต้เส้น เทรนไลน์ที่เป็นเส้นแนวรับข้างล่าง หรือหาก แท่งเทียนแท่งต่อไป เปิดต่ำกว่าเส้นเทรนไลน์ นั่นแสดงว่า เทรนไลน์นี้ได้ถูกทำลายไปแล้ว เราต้องตัดขาดทุนเพื่อป้องกันความเสี่ยง หากราคาที่เราเปิด Long วิ่งขึ้นไปที่เส้นข้างบนก็ให้ขายที่เส้นนั้นครับ


            3. ใช้  Stochastic Slow จับสัญญาณ เนื่องจากการวิ่งไปตามกรอบ เป็นลักษณะการเล่นรอบ มีเครื่องมือทางเทคนิคคดอลตัวหนึ่งที่เราสามารถใช้ในการจับสัญญาณได้เป็นอย่างดีนั่นก็คือ Stochastic Slow ซึ่งเป็น Indicator ในกลุ่ม
Oscillator หรือตัวจับสัญญาณทิศทาง ซึ่งใช้ได้ดีในการใช้คู่กับกรอบราคาครับ หากขึ้นสูงบริเวณ 100 แล้วก็คือสัญญาณ Overbought หรือซื้อมากไปกำลังจะลง หากลงมาใกล้ 0 ก็คือ Oversold หรือขายมากไปกำลังจะขึ้น แต่สัญญาณตัวนี้มันก็บอกได้แต่ว่า กำลังจะ... ครับเราต้องดูประกอบกับกรอบราคาว่าราคาชนแล้วรึยังและ แท่งเทียนเป็นลักษณะไหนตามที่บอกไปขั้นต้น

Doji แท่งเทียน            4. Doji ขายาว(Long-Legged Doji) หลังจากการลงหนัก คือ สัญญาณการกลับขึ้น อันนี้เป็นสัญญาณที่ดีมากๆ ทีเดียวสำหรับการปรับขึ้น ในขณะที่ Stochastic ส่งสัญญาณ Oversold มากน่าจะเป็นวันที่ 3 กราฟก็ยังไม่ขึ้นสักทีจนวันที่เราเป็น โดจิขายาวๆ (ยิ่งยาวยิ่งดี) นั่นก็แปลว่ากราฟพร้อมขึ้น หรือ รีบาวน์แล้วครับ

            5. ขึ้นแล้ว ขึ้นไปไหน??  ต้องบอกกันครับว่าตาม ทฤษฎีก็ต้องไป ที่เส้นเทรนไลน์ที่ทำหน้าที่เป็นกรอบบน แต่คงไม่ใช่ ขึ้นวันเดียวจะไปถึงกรอบบนกันเลยครับ อาจจะต้องใช้เวลาซักนิด ในตัวอย่างวันนี้ กรอบบนก็จะประมาณ 1600-1615 ดอล/ออนซ์ ข้อสังเกตคือกรอบมันจะลาดลงทุกวันๆ ดังนั้นหากใครไปอ่านบทวิเคราะห์ของโบรก ต่างๆ ต้องอัพเดททุกวันนะครับ ไม่ใช่ฟังมา 3 วันบอก 1615 แล้วจะรอ 1615 เพราะพอมาวันนี้กรอบมันอาจจะลดลงมาแล้วนะครับ ^^ ทั้งนี้ในตัวอย่างวันนี้ มีบริเวณ เส้นค่าเฉลี่ย 10 วัน หรือเส้นสี แดง อยู่ด้วยราคาอาจจะชนตรงนั้นครับ หากทะลุค่อยไปต่อ บริเวณ 1590 นั่นเองครับ (โปดสังเกตว่าเส้นนี้ก็ลาดลงทุกวันเช่นกันครับ) บางครั้งหากชน เส้นค่าเฉลี่ย อาจจะลงต่อก็ได้นะครับ แต่หากมี Doji แบบนี้น่าจะผ่านไปได้เพราะเป็นแท่งเทียนที่แสดถึง แรงส่ง แรงซื้อที่มากครับ กราฟวันนั้นจึง เปิดและปิดที่เดิม ราคาไม่ลดต่ำลงแล้ว

ถ้าสมมุติว่าราคา ขึ้นไปกรอบบนแล้วทะลุกรอบขึ้นไปทำไงดี???
- ทางเทคนิค ต้องซื้อตามหรือเปิด Long Posiotion ครับ และในระดับวัน(เพราะเราดูกราฟ Day ในวันนี้) ภาพเทรนจะกลายเป็นเทรนขาขึ้นโดยใช้เส้นกรอบบนนั้นเป็นแนวรับแทน และราคาจะใช้เวลาสร้างรูปแบบ และสร้างฐานราคาใหม่เพื่อเป็นขาขึ้นต่อไป ในทางกลับกันถ้าราคาทะลุลงไป ก็เปิด Short ตามครับ


เขียนโดย::: นายคนนั้น แห่ง Thaiforexclub.blogspot.com

Forex and Gold Weekend Gap Trading

กำไรด้วย GAP วิธีเทรด Forex ด้วยเทคนิคจากดูกราฟราคา


            อีกวิธีหนึ่งที่สามารถสร้างผลกำไรให้กับนักเทรด Forex ได้ไม่ยาก (แต่มีโอกาสทำได้อาทิตย์ละครั้ง) โดยการอ้างอิงข้อสังเกตที่ว่า "การเปิดกระโดด(Gap) ในต้นสัปดาห์นั้น และมักจะมีการปิด Gap อยู่เสมอ และ Gap นั้นเป็นกลายเป็นแนวรับ-แนวต้าน ของกราฟราคา"

            GAP คืออะไร? แก๊บคือช่องห่างระหว่างราคาปิดของกราฟแท่งก่อน กับราคาเปิดของแท่งใหม่ที่แตกต่างกันมากครับทำเกิดเกิดเป็นลักษณะของการเปิดกระโดด ไม่ว่าจะกระโดดขึ้น หรือกระโดดลงก็แล้วแต่ โดยปกติแก๊บสามารถเกิดได้ในทุกช่วงเวลาของตลาด โดย ลักษณะของตลาด Forex ที่เอื้อต่อการเกิด GAP มีดังนี้
            1. ตลาดช่วงที่มีการซื้อขายเบาบาง เช่นช่วง ที่เป็นวันหยุดของประเทศใหญ่ๆ อย่างเช่นสหรัฐ หรือยุโรป ปริมาณการซื้อขายที่เบาบาง อาจทำให้เกิด ช่องห่างของราคาได้
            2. ช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูงมาก เช่น ช่วงประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ หรือ ช่วงที่ตลาดเกิด Panic
            3. ช่วงต้นสัปดาห์ เนื่องจาก การเป็น Position ในช่วงต้นสัปดาห์ มีความเบาบางอยู่ (เวลาประมาณ ตี 4-5 ของบ้านเรา) ประกอบกับในระหว่างสุดสัปดาห์ อาจจะมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น เช่น การประชุม หรือการเลือกตั้ง ซึ่งหากเกิดความผิดหวัง หรือ ความตระหนก ก็อาจทำให้เกิด GAP ใหญ่ๆได้

ตัวอย่างการเทรด Forex และ โลหะมีค่า ด้วย Gap

- กราฟ Silver วันจันทร์ ที่ 7 พ.ค. 2012 -

Forex Weekend Gap Trading

อธิบายทางเทคนิค:::
หมายเลข 1 :::  เกิดการเปิดกระโดดลงของกราฟราคาในวันจันทร์ ทำให้ราคาโลหะเงินร่วงลงไป ประมาณ 200 จุด ในช่วงเปิดตลาดนี้เราควรเพียงแค่จับตามองไม่ควรเปิด Position นะครับ เพราะว่า ค่า spread จะสูงกว่าช่วงปกติ ทำให้ขาดทุนได้ ให้เรารอจนกว่า กราฟจะกลับมาเทส ที่แนวต้านของ GAP หรือรอการปิด GAP กราฟจะค่อยๆ วกกลับมาที่จุดเดิมที่เคยยืนอยู่ก่อนปิดตลาดสัปดาห์ก่อน ในที่นี้ก็ประมาณ 30.400 ดอลล่า/ออนซ์ อาจใช้เวลาตั้งแต่ 1ชั่วโมง - 8 ชั่วโมง  ดังที่ได้บอกไปแล้วว่า "การเปิดกระโดด(Gap) ในต้นสัปดาห์นั้น และมักจะมีการปิด Gap อยู่เสมอ" บางคนอาจจะเล่นสั้นด้วยการเปิด Long position บริเวณที่กราฟวกกลับไปปิด Gap ก็ได้นะครับ แต่ว่าเมื่อเทรนใหญ่เป็นเทรนลงแนะนำให้ เล่นทาง Short จะดีกว่า

หมายเลข 2 :::  กราฟวิ่งขึ้นมาปิด GAP และชนแนวต้าน เกิดแท่งเทียนรูปโดจิ แสดงถึงการไม่มีแรงขึ้นต่อ จุดนี้เป็นจุดวัดใจนะครับว่าเรา จะไปทิศทางไหนกัน หากกราฟทะลุขึ้นให้เปิด Long position หากไม่ทะลุขึ้นแล้ววกกลับลง ให้เปิด Short Posiotion สำหรับคนที่เข้าออกได้ไว ก็อาจะเปิด Short ตั้งแต่วงกลมสีส้ม หากอยากชัวร์ๆ ก็รอให้ Indicator เช่น ADX ตัดกันยืนยันแนวโน้ม หรือ MACD ตัดกันก่อนก็ได้ (บริเวณลูกศรสีน้ำเงิน)

หมายเลข 3 :::  คือจุด Short ของผม หลังจากนั้นก็ปล่อยให้กราฟไหลงไปตามเทรนใหญ่ได้เลย ป้องกันควรเสี่ยงด้วยการตั้งจุดตัดขาดทุนหากกราฟ วกกลับมาทะลุ แนวต้าน 30.400 ที่เป็น แนวต้านจาก Gap ที่วงกลมสีส้มครับ  "Gap นั้นเป็นกลายเป็นแนวรับ-แนวต้าน ของกราฟราคา"

-----------------------------------------------------------------------------
อธิบายทางปัจจัยพื้นฐาน:::
*** ทำไมจึงเกิด GAP และการปรับตัวลงดังกล่าวถึงรุนแรง สาเหตุพระ ความวิตกกังวลในฝั่งยุโรปที่เมื่อ ปลายสัปดาห์ (วันอาทิตย์) ผลการเลือกตั้งผู้นำของ ฝรั่งเศส และกรีซ ออกมาไม่ดีครับ คือ พรรครัฐบาลที่สนับสนุนการ ควบคุมการใช้จ่ายไม่ได้รับการเลือกตั้งต่อ แต่ประชาชนเลือกฝ่ายค้านที่มีแนวโน้มใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงิน ซึ่งอาจจะทำให้วิกฤตหนี้ ยุโรปน่าเป็นห่วงยิ่งขึ้น คร่าวๆ ดังนี้ครับ ดังนั้น แนวโน้มตลาดเป็นขาลงชัดเจน ***

อ้างอิง:: จาก YLG นะครับ 
http://www.ylgbullion.com/th/news_detail.php?id=2386

08/พ.ค./55
สกุลเงินยูโรร่วงลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ การซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (7 พ.ค.) หลังจากนายฟรองซัวร์ ออลลองด์ ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส และพรรค New Democracy ซึ่งเป็นพรรคอนุรักษ์นิยมของกรีซ ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง ซึ่งข่าวดังกล่าวทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับทิศทางในการใช้มาตร การรัดเข็มขัดของยุโรป ค่าเงินยูโรร่วงลง 0.21% แตะที่ 1.3055 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับของวันศุกร์ที่ 1.3082 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้น 0.23% แตะที่ 1.6190 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.6153 ดอลลาร์สหรัฐ


------------------------------------------------------------------------------

เห็นมั้ยครับไม่ยากเลยในการทำกำไรโดยการเทรด Forex โดยใช้ Weekend Gap Trading คราวหน้าจะมีเทคนิค Forex ดีดีอะไรมาสอนมาฝากกันอีกก็ติดตามนะครับ สุดท้ายนี้ของให้ประสบความสำเร็จกันโดยถ้วนหน้าครับ

เขียนโดย:: นายคนนั้น แห่ง thaiforexclub.blogspot.com

Divergence on Gold graph 2 May 2012

ตัวอย่าง เทคนิค Forex การเกิดสัญญาณ Divergence ในกราฟทองคำ 2 พฤษภา 2012


 Advertisement

            
เป็นเรื่องที่มักมีคำถามและข้อสงสัยกันอยู่เสมอๆ ครับ เร็วๆ นี้เองก็มีคนถามๆ กันมาว่า "เวลาจะเทรด หุ้น หรือ Forex แล้วดูกราฟ เห็นกราฟมันขึ้นเอาๆ แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าการขึ้นนั้นใกล้สิ้นสุดแล้ว" 

            วันนี้ผู้เขียนเลยขอยก บทความสั้นๆ ที่เขียนขึ้นใน กลุ่มลงทุนใน Facebook ของผู้เขียนที่ได้สอนอธิบายให้สมาชิกฟัง มาให้ชาวบล๊อก thaiforexclub.blogspot.com ได้อ่านด้วยคน บ่อยๆ ที่เห็นหลายคนสงสัยว่า เอ เห็น ทอง Forex หรือหุ้นขึ้นๆ ในทางเทคนิครู้ได้ยังไงว่า มันใกล้ปรับลงหรือยัง วันนี้เอาตัวอย่างราคาทองในวัน นี้ วันที่ 2 พ.ค. 2012 มาให้ดูครับ

            สิ่งหนึ่งที่จะเตือนเราถึง ว่าการขึ้นอาจจะจบลง(จะลงละ) หรือจะพักฐาน(ลงหน่อยนึง) ก็คือ สัญญาณขัดแย้งระหว่าง ทิศทางของเส้นราคา(กราฟเส้น-แท่งเทียน-บาร์ชาร์ต ดูได้หมด) กับ ทิศทางของตัวบ่งชี้(Indicators) ซึ่ง ตัวที่ใช้ คือ ตัวที่ใช้วัดความ แข็งแรง!!!! \*0*/

ก็คือ RSI และ MACD ว่าทิศทางหรือการปรับขึ้นมานั้นแท้จริง แข็งแรง!!!! \*0*/ ขนาดไหน

การเกิด Divergence ในกราฟ ทองคำวันที่ 2 พฤษภาคม 2012 ต่อมาทำให้ทองคำปรับลงแรง
            ในภาพจะเป็น ทอง(Gold) กราฟราย 1 ชั่วโมง จะเห็นได้ว่า ราคาทองไซด์เวย์ขึ้น แต่ RSI MACD อ่อนแรงลง ไม่แข็งแรง!!!! \*0*/ มีการชึ้นไปเยอะๆ ก่อนประกาศข่าวขอสหรัฐเมื่อคืน พอประกาศ ก็มีแรงขายออกมาเลย และ ตัวยืนยันทิศทางอย่าง ADX ก็กลับทางเลย นับแต่เมื่อคืนจน ตอนนี้ ทิศทางก็เป็นขาลงอยู่ (ในระยะชั่วโมง)
            ทั้งนี้ ในระยะวัน กราฟก็มีความขัดแย้งอย่างนี้เหมือนกัน แต่ในลักษณะตรงข้ามคือ เตรียมขึ้น!!!! ดังนั้นการย่อนั้น เป็นการย่อเพื่อรับ หรือสะสมไป ตามแนวรับ วันนี้ไม่พูดถึงแนวรับ มาให้ดู Divergence เท่านั้นก่อนนะครับ ซึ่ง Divergence ที่เกิดขึ้นอาจจะเป็น แค่การพักฐาน หรือการ ปรับลงแรงอันนี้ ต้องอธิบายต่อไปในคราวหน้าครับผม

Credit:: นายคนนั้น แห่ง thaiforexclub.blogspot.com

How to setting Thai Discussions in AGEA

ลงทุน Forex อย่างมั่นใจกับ ห้องสนทนาภาษาไทยใน AGEA 

            อย่างที่ได้บอกไปแล้วก่อนหน้านี้นะครับ ว่าในโปรแกรมแพลตฟอร์ม Novativa Streamster ของ โบรกเกอร์ AGEA นั้น คุณสามารถใช้บริการห้องสนทนาภาษาต่างๆ ได้ และที่สำคัญอย่างยิ่งมีห้องภาษาไทยก้วย ในห้องสนทนานี้คุณจะสามารถ พูดคุยแลกเปลี่ยน ข้อมูลการเทรด กับ นักลงทุน Forex คนอื่นๆ ด้วยครับ หรือจะสอบถามวิธีการใช้โปรแกรม หรือ ข้อสงสัยกับ ผู้คนอื่นๆ ในห้องแชตหรือ ห้องสนทนาของนักเทรดชาวไทยครับ

***แต่เบื้องต้น หลังจากสมัคร Forex ไปแล้ว ในการเข้าสู่โปรแกรมครั้งแรกนั้นคุณจะยัง มองไม่เห็น ห้องสนทนาภาษาไทยนะครับ คุณต้องจัดการ ตั้งค่านิดหน่อยเพื่อให้ใช้ห้องสนทนาภาษาไทยได้ครับ (ง่ายมากไม่ยากเลย ^^ ครับ)***


ขั้นตอนการใช้ห้องสนทนาภาษาไทย ใน AGEA

ภาษาไทย AGEA

1. เลือกเมนู Discussion ซึ่งจะอยู่เหนือหน้าจอที่ปกติจะเป็นหน้าจอกราฟ Forex นั่นแหละครับ
2. เลือกเมนู Group จะมีกล่องขึ้นมาเป็นรายชื่อ ห้องต่างๆ ที่สามารถเข้าไปร่วมพูดคุยข่าวคราวต่างๆ ได้
3. เลือก Thailand เพื่อเพิ่ม ห้องสนทนาภาษาไทยเข้าไปในโปรแกรมได้เลยครับผม ^^

เพียงเท่านี้คุณก็สามารถ ใช้ห้องสนทนาภาษาไทย พูดคุยเรื่องกราฟ แลกเปลี่ยนความรู้ พูดคุยสอบถาม หรือแลกเปลี่ยนเทคนิคการเล่น Forexกับคนไทยคนอื่นๆ ในโบรกเกอร์ AGEA ได้แล้วครับ จะคุยชิวๆ หรือ มีสาระก็ได้ครับ แต่ก็อย่าลืมว่าการลงทุนของคุณ ผู้ตัดสินใจสุดท้ายก็คือตัวคุณนะครับ ^^ ขอให้ประสบความสำเร็จกับการเทรด Forex ครับผม ^^

Forex Gold Silver graph 1 May 2012

            ทองคำ/เงิน ขึ้นเพราะ เทคนิคคอล ลงเพราะ ปัจจัยพื้นฐาน

"วันนี้ ขอนุญาตเอา บทความและกราฟ ที่ได้เขียนไว้ใน กลุ่ม ลงทุนบน Facebook มาลงไว้ให้ชาวบล๊อกได้อ่านกันบ้าง ซึ่งก็คัดอันที่ดูเป็นประโยชน์และเปิดเผยได้ออกมาครับ มีคนเคยถามว่า ปัจจัยเทคนิคกับปัจจัยพื้นฐานอันไหนสำคัญกว่า วันนี้ผู้เขียนเลยเอา เหคุการณ์ในวันเดียวกัน ที่จะบอกว่าทั้งสองอย่างสำคัญนะ จริงๆ 2 เหตุการณ์นี้ถ้าจะให้อธิบายโดย วิธีใดวิธีหนึ่งก็ย่อมได้ แต่ก็ขอ อธิบายแบบครึ่งแรกครึ่งหลังคนละวิธีก็แล้วกันครับ"


 Advertisement

1 พฤษภาคม 2555 (เทคนิคคอลพาขึ้น)  เวลา 1 ทุ่ม ถึง 2 ทุ่มกว่าๆ
            วันนี้หลังจาก Marketiva เปลี่ยนชื่อเป็น AGEA ปรากฎว่า วันที่ 1 พฤษภา ค่าคอมมิสชั่นไม่เข้า ไปในบัญชี ต้นต้นเดือนอย่างเคยครับ ผมก็เลย เขียน E-mail ไปทวง ค่า Commission จาก AGEA ได้มา 42 ดอลกว่าๆ ก็เลยจัดหนักซื้อ Silver ไป เพราะเห็นสัญญาณเทคนิคสวยดี (MACD ตัดเส้น 0 แล้ว หักหัวขึ้น) ประกอบกับ อ่านบทวิเคราะห์ราคาทองและเงินของโบรกเกอร์ทองอันดับ 1 ของเมืองไทย YLG เลยมั่นใจว่า วันนี้ทองคำและเงิน น่าจะขึ้น หลังจากอาทิตย์ก่อนได้พูดคุยกับหลายคนว่า มันจะขึ้นแล้ว พอได้ตอมมิสชี่นก็ต้องจัดหน่อย ><


เทคนิค Forex
MACD ตัดเส้น 0 ขึ้นมาแบบทะยาน เกิดสัญญาณ Golden Cross
            โดยที่ MACD ในกราฟ ราย 5 นาที ตัดเส้น 0 ขึ้นมาครับ และถ่างออกจากกันถ้าทิศทางจะชัดเจนและแรง MACD ต้องถ่างนะครับ ^^ เสร็จแล้ว เส้นค่าเฉลี่ย 10และ12 สีฟ้าและแดง ตัดเส้นค่าเฉลี่ย 35 เกิดสัญญาณ Golden Cross ครับ ก็เป็นสัญญาณให้ซื้อ แต่ ราคามันขึ้นแรงมาก ซื้อไม่ทันครับ ผมจึงรอมันย่อก่อนแล้วซื้อ แล้วก็ถือรอครับ เวลานั้นเป็นช่วงก่อนประกาศ ข่าว PMI เป็นการเล่นแบบเกร็งกำไรนะครับ สั้นๆ ก่อนข่าวออก เพราะตลาดคาดว่า PMI ของสหรัฐ จะออกมาค่อนข้างดี นั่นก็อาจส่งผลให้ราคาทองคำย่อได้ครับ แต่ก่อนข่าวออกบางทีกราฟก็จะไปในอีกทิศทางหนึ่งครับ เราก็เล่นไปตามสัญญาณแหละครับ 

*** ข้อควรสังเกตุคือ:::  ในวันดังกล่าวเป็นวันที่ ตลาด ยุโรป ปิดทำการนะครับ ประเทศไทยเป็นวันแรงงานแต่ยุโรป ผมไม่แน่ใจแต่หยุดหมดเลยนะครับ ดังนั้น วอลุ่มตลาดเบาบางมากครับ และมีแต่ฝั่งสหรัฐที่เล่นกัน ดังนั้นภาวะแบบนี้ตลาดไม่มีสภาพคล่องนัก***


ต่อ 1 พฤษภาคม 2555 (ปัจจัยทางเศรษฐกิจพาลง) เวลา 3 ทุ่มเป็นต้นไป

            หลังจากนั้น ไม่นาน ทองและเงินก็กลับทิศตามทิศทางของค่าเงิน USD ที่แข็งค่าขึ้นจะดัชนี PMI ที่ดีกว่าคาดมาก(ในคืนวัน ที่ตลาดยุโรป หยุด เปิดแต่สหรัฐ)

เกร็ดความรู้ :: PMI เป็นดัชนีที่ใช้วัชการเติบโตด้านการจัดซื้อของโรงงาน คือการสั่งเครื่องจักรใหม่ ถ้าเกิน 50% แสดงว่าเศรษฐกิจขยายตัว  หากต่ำกว่า 50% ก็แสดงว่า เศรษฐกิจหดตัว ดังนั้นยิ่งมากยิ่งดีนะครับ

ดูประมวลภาพคร่าวๆ กัน

ข่าว Forex
เพียงไม่กีนาทีหลังประกาศตัวเลข PMI เงินดอลล่าก็แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว ทอง/เงิน ก็ลงตาม

สรุป::: พอ 21.00 น. ตัวเลข PMI ประกาศ USD แข็ง!!!!(คืนนี้มีแต่ฝั่งสหรัฐที่เทรดกัน) ทองคำมีความสัมพันธ์กับ USD ทองก็โดนขายตามเลย USD แข็ง EUR/USD จะลง ทองลงเพราะ ขายไป ถือเงินดอล และหาก ดัชนี PMI ดี แสดงถึงการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ นั่นหมายถึง การที่ FED (ธนาคารกลางสหรัฐฯ) จะจำเป็นต้องใช้ มาตราการ QE3 ได้ห่างไกลออกไป ทองคำที่อยู่บนความคาดหวังของ QE3 จึงถูกเทขายออกมา


เขียนโดย::: นายคนนั้น แห่ง thaiforexclub.blogspot.com

FED Federal Funds Rate Effect to Gold and Forex Market

FED ตรึงอัตราดอกเบี้ย ไปอีก 2 ปี ส่งผลต่อตลาดทองและ Forex อย่างไร?               
By: นายคนนั้น 

 Advertisement

            หลังจากซบเซามาเนิ่นนาน เศรษฐกิจสหรัฐฯ ก็เริ่มส่งสัญญาณดีขึ้นบ้าง สำหรับการประชุม FED หรือ ธนาคารกลางสหรัฐฯ ครั้งแรกของปีนี้ ในวันที่ 26 มกราคม 2012 ก็มีผลการประชุม ตามที่ตลาดทุนทั่วโลกคาดหวังและอยากจะเห็นครับ ความแตกต่างของการประชุมในครั้งนี้ ที่ต่างกับ ครั้งที่ผ่านๆ มาคือ รอบนี้เป็นการใช้รูปแบบการสื่อสารใหม่ครับ โดยปกติที่ผ่านมานั้น เมื่อ FED ประชุมกัน จะไม่มีการให้ข่าว เรื่องนโยบายหรือมุมมอง ของที่ประชุม FED แต่ตลาด และนักลงทุน ต้องตีความกันไปเองครับ จะไม่บอกตรงๆ ซึ่ง ที่ผ่านมา ก็สร้างความผันผวนให้กับตลาดเงิน ตลาดทุน อย่างมากอยู่เหมือนกัน คราวนี้ เค้าจึงปรับวิธีการสื่อสารใหม่ครับ แจกชีตกันเลยทีเดียว มีตารางแผนการแจกให้ื่อมวลชนกันเลย ส่วนหลังจากการประชุมแล้ว ประธาน FED ก็ออกมา แถลงเลย ไม่ใช่เป็นการส่งสัญญาณอ้อมๆ อย่างที่ผ่านมา

นาย เบน เบอนาเก้ แถลงนโยบายของ FED 26 ม.ค. 2012
            ทีนี้เรื่องมันก็สนุกตรงที่ว่า คุณ เบน เบอนาเก้ ประธานเฟด ออกมาบอกกันโต้งๆ เลยว่า FED มีมาตราการในการ คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ ที่ระดับ 0-0.25% กันไปอย่างน้อยก็ กลางปี 2014 (อีก 2 ปีกว่า) ซึ่งแท้จริง สหรัฐฯ เองก็ใช้อัตราดอกเบี้ยนี้มา เป็นเวลา 3 ปี นับแต่ วิกฤต Hamburger Crisis แล้วล่ะครับ การคงอัตราดอกเบี้ย จะส่งผลอะไรกับ ตลาดหุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ อย่างทองคำ เงิน แพตทินั่ม และ อัตราแลกเปลี่ยน นะ???? นักเทรด Forex  หลายท่านคงมีคำถามสงสัยอยากรู้แล้ว วันนี้จะมาอธิบายคร่าวๆ ให้ฟังพอสังเขปครับ

          เมื่ออัตราดอกเบี้ยนโยบาย ต่ำมันจะส่งผล ในการกระตุ้นการใช้จ่าย และกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะ ดอกเบี้ยเงินฝากมันจะต่ำมาก เสมือนหนึ่งเอาเงินไปฝังดิน ฝากไปก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าอยากให้เงินงอกต้องเอาไปลงทุนครับ ซึ่ง จะทำให้ เงินไหลเข้าไปในตลาดหุ้น และ ทองคำ มากขึ้น เพราะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า โดนเฉลี่ยแล้วในระยะยาว หากลงทุนในหุ้น และทองคำ จะให้ผลตอบแทน ประมาณ 10% และ 5% ตามลำดับครับ แต่ในขณะที่เศรษฐกิจ สหรัฐ และ ยุโรป และญี่ปุ่น อยู่ในภาวะ ถดถอย และ ชะลอตัวอย่างนี้เงิน ก็จะไหลเข้า เอเซีย และ ลาตินอเมริกา ครับ ส่งผลให้มีกระแสเงินทุน หรือ Fund Flow ไหลเข้าตลาดหุ้น และพันธบัตรของประเทศ ต่างๆ เหล่านั้น (รวมถึงไทยนะครับ) แบบนี้นักเทรด Forex ทองคำ และหุ้นก็ได้เฮกันแน่นอนครับ *0*

ผลกระทบต่อ ค่าเงิน  >>> เมื่อ FED ประกาศดังนั้น ก็จะทำให้ค่าเงิน USD อ่อนค่าลงครับ เพราะ เมื่อดอกเบี้ยไม่ขึ้น ต้นทุนการกู้เงิน ก็จะต่ำออกไปถึง 2 ปี ความเสี่ยงในการลงทุนก็จะต่ำครับ นักลงทุนก็จะ ขายเงิน USD ออก และเอาไปซื้อสินทรัพย์เสี่ยงเพื่อการลงทุน แทนครับ ซึ่ง เงินเหล่านี้ ก็จะไป เข้าสู่ตลาดทองคำ เงิน และ ตลาดหุ้น ส่วน USD เมื่อถูกขายก็จะอ่อนค่าลงครับ ส่งผลให้ ค่าเงิน ที่เทียบกับ USD จะแข็งค่าขึ้นโดยบริยาย เช่น เงินบาท แข็งขึ้น 27 สตางค์ต่อ 1 ดอลล่าสหรัฐนะครับ

สำหรับ EUR หรือเงินยูโร ก็จะแข็งค่าเมื่อเทียบกับ USD เช่นกัน หรือถ้าพูดให้ถูกก็ คือ USD มันอ่อนลงเองนั่นแหละครับ กลไกมันเป็นแบบนี้ครับ ^^ มาดูกราฟกันครับ


ค่าเงิน USD เมื่อเทียบกับ EUR อ่อนค่าลงทันทีส่งผลให้ กราฟ EUR/USD พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
           
            ผลกระทบต่อตลาดทองคำ >>>> ทางด้านตลาดทองคำก็ไม่น้อยหน้าเลยครับ เงินไหลเข้าทันทีทันใด จนสุดคืนเนี่ย ราคาทองคำขึ้นมา ประมาณ 44 ดอล/ออนซ์ เช้าวันนี้ ราคาทอง 96.5% ในประเทศไทยเอง โดยสมาคมค้าทองคำ ก็บวกไป ถึง 600 บาท/บาททองคำ จากราคาปิดเมื่อวาน 24750 บาท จากการที่ราคาทองคำโลก ขึ้นมา  44 USD/ออนซ์  25350 บาททีเดียว

มาดูกราฟ การเทรดทองของผม กับ การคาดการณ์ เรื่องดอกเบี้ยนี้กันบ้างนะครับ 
(มีทั้งทอง และเงิน)
กราฟ Spot ทองคำโลก พุ่งขึ้น ปรับขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 4 เดือน จากการประกาศตรึงอัตราดอกเบี้ยของ FED
จากการ ดู 2 กราฟ นี้จะเห็นได้ว่า การประกาศตรึงอัตราดอกเบี้ยนี้ จะส่งผลกระทบ ต่อ สินทรัพพย์เสี่ยง อย่างทองคำ และ เงิน ค่อนข้างมากนะครับ ซึ่ง ผมเองก็มีการวางแผนสำหรับกาารเทรดครั้งนี้ มากว่า 2 เดือน การลงทุนต้องมีการวางแผนนะครับ และ ข่าว และปัจจัยพื้นฐานนั้น สามารถสร้างผลกำไรให้คุณได้เช่นเดียวกับ การใช้เทคนิคในการเทรด Forex และทองคำ เพียงแต่ต้องเข้าใจความหมายที่ที่มาที่ไปของตัวเลขเศรษฐกิจ และ นโยบายต่างๆ ได้นะครับ สำหรับอนาคต เราคาดว่า น่าจะ มีการอัดฉีดสภาพคล่องเข้าระบบ ของ สหรัฐ หรือ QE3 และ ของยุโรป และ อาจตามด้วยจีน ในปีนี้ด้วย ถ้าใครพิมพ์เงิน เงินคนนั้นก็อ่อนครับ เราต้องจับตาดูกัน ^^

มาตราการ QE คืออะไร? สำคัญยังไงกับนักเทรด Forex

มาตราการ QE ความหมาย และผลกระทบต่อค่าเงิน

          เป็นเวลานานนับที่ที่ทางธนาคารกลางสหรัฐ หรือ FED หยิบยกมาตราการผ่อนคลายเชิงปริมาณหรือ QE( Quantitative  Easing) มาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจหลังเกิดภาวะการซบเซาทางเศรษฐกิจโลก(โดยเฉพาะสหรัฐนี่แหละ) โดยการเพิ่มสภาพคล่องในระบบเงิน หรือ ที่เรียกว่ามาตราการ QE นี่แหละครับ หลายๆ ท่านก็ยัง งงๆ ว่า แล้วมันคืออะไร? ไอ้ QE เนี่ย มันจะมีผลกระทบอะไรกับเศรษฐกิจโลก วันนี้ขอยกคำอธิบาย ของกูรูด้านการเงินมาอธิบายให้หายข้อข้อใจกันครับ เพราะไอ้จะเรียกว่า QE ก็คือผ่อนคลายเชิงปริมาณ ผู้อ่านก็อาจจะงงงวยว่า ผ่อนคลายยังไง แล้วปริมาณอะไร?

Advertisement

    

มาตราการ QE คืออะไร? แล้วทำไปทำไม?
------------------------------------------------------------------------------------------------------------
          "Quantitative  Easing (QE) คืออะไร?? ในทางเศรษฐศาสตร์มาตรการ  QE  ถือเป็นนโยบายด้านการเงิน (Monetary  Policy) ซึ่งถูกใช้โดยธนาคารกลาง โดยการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเพิ่ม เป็นการเพิ่มสภาพคล่องให้กับสถาบันการเงินเพื่อนำไปปล่อยสินเชื่อเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอีกทอดหนึ่ง ทั้งนี้วิธีการในการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบทำได้โดยการที่ธนาคารกลางเข้าซื้อสินทรัพย์ทางการเงินจากสถาบันการเงินซึ่งอาจเป็นพันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้เอกชน หรือแม้กระทั่งตราสารหนี้ประเภทที่มีลูกหนี้สินเชื่อบ้านเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน "


          "ทำไมต้องใช้มาตรการ  QE โดยปกติแล้วธนาคารกลางโดยส่วนใหญ่จะเลือกใช้วิธีการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นอันดับแรกในยามที่เศรษฐกิจชะลอตัวหรือถดถอย รวมถึงเกิดปัญหากับสถาบันการเงิน แต่เมื่อธนาคารได้ลดอัตราดอกเบี้ยลงต่ำเกือบ 0% แล้วยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำได้อีก มาตรการ QE จึงถูกนำมาใช้ ดังนั้นผมจึงอยากจะชี้ประเด็นนี้ให้ทุกท่านทราบว่าการที่ธนาคารกลางสหรัฐ ญี่ปุ่น ที่ประกาศว่าจะใช้มาตรการQE รอบ 2 นั้น แท้ที่จริงแล้วเป็นข่าวร้ายต่อภาวะเศรษฐกิจโลก ซึ่งแสดงว่ามาตรการ  QE ที่ทำไปรอบแรกไม่เป็นผลเปรียบเสมือนคนไข้ที่ต้องให้ยาแรงเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ สำหรับมาตรการ  QE นั้นไม่ได้มีแต่ประโยชน์ แต่มีโทษที่ต้องระมัดระวังด้วย เพราะการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบนั้นมีโอกาสที่จะทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อได้ ดังนั้นหากท่านที่ติดตามบทความของผมคงจำได้ว่า ผมเคยเขียนเกี่ยวกับเรื่อง Exit Strategy ซึ่งคือมาตรการตรงกันข้ามกับ  QE เนื่องจากเป็นการดึงสภาพคล่องออกจากระบบนั่นเอง เพื่อลดความเสี่ยงเงินเฟ้อ ซึ่งผมเชื่อว่าจะกลับมาอีกครั้งหากพบสัญญาณของเงินเฟ้อ"


          (ที่มา โพสทูเดย์:: คุณ โดยสุกิจ อุดมศิริกุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนลูกค้าบุคคล บล.ไทยพาณิชย์)

------------------------------------------------------------------------------------------------------------


          สรุปง่ายๆ ก็คือ สหรัฐผ่อนคลายความตึงเครียดทางการเงิน โดยการเพิ่มปริมาณเงินเข้ามาในระบบเศรษฐกิจ แต่เค้าไม่ได้ กู้มาแจกหรือเอาเงินคลังมาใช้เหมือนพี่ไทยนะครับ เค้ามีวิธีเหนือเมฆ พิมพ์แบงค์กันไปเลย!!!

          โดยตลอด หลายปีผ่านมา เศรษฐกิจสหรัฐต้องประสบกับ วิกฤตทางการเงินครั้งใหญ่ หรือ Humberger crisis สถานบันการเงิน และภาคการผลิต หลายๆอย่าง แจ้งระเนระนาด โดยจุดเริ่มต้น มาจากการขาดสภาพคล่องใน ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ที่มีการเกร็งกำไรสูงในสหรัฐ เมื่ออสังหาล้ม สถาบันการเงินก็ล้มตาม และสุดท้าย ผู้คนก็กลัวและลดการใช้จ่าย ธุรกิจต่างๆ ก็ซบเซา และมีอีกหลายปัจจัย หลายเหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่างปี 2008-2011 นี้ กว่าจะเริ่มฟื้นขึ้นมาได้ ก็ใช้เวลาพอสมควรอยู่นะครับ

          หนึ่งในมาตราการที่สหรัฐใช้ ก็คือ QE นี่แหละครับ โดย การอัดฉีดเงินเข้าระบบ นั้น เงินมาจากไหนเอ่ย? เมื่อไม่มีเงิน ก็ต้องเสกมันมาครับ โดยการพิมเพิ่มก็ว่ากันไป สรุปถ้วนกระบวนความก็มีเงินเข้ามาในระบบ เพิ่มมากขึ้น เอาสั้นๆ (นโยบายที่เกี่ยวข้องก็มี ลดภาษีนิติบุคคล เหลือ 0-1% และอื่นๆ) โดย เฟดเริ่มดำเนินนโยบาย QE ในปลายปี 2551 จนสิ้นสุดเดือน มี.ค. 2553 เรื่อยมาจน QE 2 ที่พึ่งจบไปในเดือน มิถุนายน 2554 ที่ผ่านมา

แล้วมาตราการผ่อนคลายเชิงปริมาณ หรือ QE เนี่ย ส่งผลอย่างไรกับ ตลาด Forex?

1)   อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลจะลดต่ำลงและดึงให้อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลลดลงผลที่ตามมาคืออัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในระบบจะลดลง (***ดอกเบี้ยพันธบัตรลด เกี่ยวพันกับการอ่อนค่าของค่าเงินครับ**)
2) ปริมาณเงินในระบบ เศรษฐกิจจะเพิ่มขึ้นเนื่องจาก เงินถูกผลิตเพิ่มเข้ามา และจะทำให้เกิดสภาพคล่องในการใช้จ่ายของภาคธุรกิจ และภาคประชาชนด้วยในระยะแรกๆ แต่จะทำให้เิกิดภาวะเงินเฟ้อได้ในระยะต่อไป ซึ่งก็คือ ***เงินมีปริมาณมากขึ้น สินค้าจะแพงขึ้น นั่นหมายความว่าค่าเงิน อ่อนลง***
3) จากข้อ 1-2 จะทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง ซึ่งในทางเศรษบกิจสำหรับประเทศที่กำลังซบเซา คนตกงาน เกือบ 10% อย่างสหรัฐอเมริกาในตอนนี้นั้น จะทำให้สหรัฐส่งออกสินค้าไปยังประเทศต่างๆ ได้มากขึ้นนำพารายได้และผลกำไรให้เข้ากระเป๋านักธุรกิจที่ผลิตและส่งออก เมื่อเงินเริ่มกลับมา จะทำให้การจ้างงานให้เพิ่มขึ้นและช่วยลดอัตราการว่างให้ต่ำลง คนก็มีงานทำกล้าใช้สอยมาหขึ้นเศรษฐกิจก็จะพื้นตัวได้
*** ซึ่ง 3 ข้อนี้ ต้องใช้เวลานะครับ แต่ตลาดเงินนั่นนะสิ ปรับตัวกัน ไปก่อนและสะท้อนความคาดหวังได้เร็วกว่าความเป็นจริงซะอีก นั่น คือ ช่องทางแสวงหากำไรจะค่าเงิน USD ของเราครับ โดยถ้าพิจารณาจากทั้ง 3 ข้อแล้ว เราก็จะพบว่า ค่าเงิน USD จะมีแนวโน้มอ่อนค่า***

มาดูกราฟทางเทคนิคที่ตอบสนองต่อปัจจัยพื้นฐานกัน 
QE คืออะไร
(((QE2 เริ่ม ... ในเดือน พฤศจิกายน 2553 - มิถุนายน 2554))))
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
และ เนื่องจาก ค่าเงิน USD นั้น เป็นค่าเงินกลางในการอ้างอิงกับราคา ทองคำ และสินค้าโภคภัณฑ์ อื่นๆ ด้วย การอ่อนค่าลงของ USD จะส่งผล + ต่อราคาทองคำและโลหะมีค่าอื่นๆ เป็นเงาตามตัว
QE ผลกระทบ

          มาตราการทางการเงิน และนโยบายทางเศรษฐกิจต่างๆ นั้น ย่อมส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของค่าเงิน นักลงทุน และนักเกร็งกำไร Forex ก็จำเป็นต้องติดตามหรือมีความรู้เอาไว้บ้าง นอกจากจะช่วยสร้างโอกาสทำกำไรให้กับคุณๆ แล้ว ยังเป็นความเข้าใจในเรื่องเศรษฐกิจให้กับคุณด้วยครับ

แนวโน้ม ของกราฟ ที่นักเทรด Forex ต้องรู้ (Graph Trend)

Advertisement

    

          Forex นั้นเป็นการซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยน ของเงินสกุลต่างๆ ซึ่งเงินสกุลต่างๆ นั้นในภาวะปกติ ก็จะมีแนวโน้มของค่าเงิน ไม่แตกต่างจาก สภาพเศรษฐกิจของประเทศเจ้าของสกุลเงินนั้นๆ ครับ เช่นหากสหรัฐมีแนวโน้มเศรษฐกิจละลอตัว เศรษฐกิจมีแนวโน้มซบเซา ค่าเงินก็จะมีแนวโน้มอ่อนค่า ด้วยเช่นกัน ดังนั้น เราสามารถมองแนวโน้มคร่าวๆ ได้จากการอ่านกราฟด้วยเช่นกัน เพราะแนวโน้มจากกราฟ จะเป็นตัวบ่งชี้ ในการคาดคะเน ในลำดับต่อไป ว่าค่าเงิน จะไปในทิศทางใด วันนี้ อธิบายพื้นฐานง่ายๆ กันก่อนครับ เพื่อให้พอมองแนวโน้มกันออก

ซึ่งแนวโน้ม ของกราฟ Forex มีด้วยดัน 3 ลักษณะ ดังต่อไปนี้ครับ

1.  Up Trend หมายถึง แนวโน้มขาขึ้น กราฟ จะมีลักษณะ ขยับขึ้นเรื่อยๆ มีการย่อลงมาบ้างแต่ ย่อเล็กน้อย และขยับขึ้นต่อ (เวลากราฟย่อตัว จะไม่ทำจุดต่ำสุดใหม่ ขณะเดียวกันเมื่อกราฟขึ้นจะทำจุดสุดสุดใหม่ต่อเนื่อง)


2.  Down Trend หมายถึง แนวโน้มขาลง ตรงข้ามกับ แนวโน้มขาขึ้นทุกประการ กราฟ มีลักษณะ ขยับลงเรื่อยๆ ต่อเนื่อง (เวลากราฟย่อตัว จะไม่ทำต่ำสุดใหม่ ขณะเดียวกันเมื่อกราฟขึ้นจะไม่ทำจุดสุดสุดใหม่ต่อเนื่อง)



3.  Sideway หมายถึง กราฟไม่มีแนวโน้ม หรือแนวโน้มไม่ชัดเจน ลักษณะ กราฟเป็นฟันปลาน ขึ้นๆ ลงๆ ไม่รู้จะไปทางไหนดี กราฟลักษณะนี้มัก ขยับอยู่ในกรอบแคบๆ เกิดจากการที่นักลงทุนไม่มั่นใจทิศทางของราคาจึงเป็นแบบนี้ 




          ทั้งนี้แนวโน้ม สามารถบอกอนาคตคร่าวๆ ได้ หากนักเทรด Forex ทราบแนวโน้มก็สามารถลงทุนได้ตามแนวโน้ม จะสร้างผลตอบแทนได้มาก และมีความเสี่ยงต่ำกว่านักลงทุนที่เทรดสวนแนวโน้ม หากสังเกตให้ดีก็จะพบว่า ในแนวโน้มขาขึ้น กราฟ ไม่ได้ขึ้นอย่างเดียว จะมีการพักตัว มีการย่อลงมาบ้าง แต่กราฟก็ยังอยู่ในขาขึ้นอยู่ นักลงทุนที่เล่นตามแนวโน้ม ก็อาจใช้จังหวะดังกล่าวในการทำกำไรได้ แนวโน้มนั้น สามารถดูได้ ทุกช่วงเวลาของกราฟ ไม่ว่าจะเป็นกราฟ รายนาที รายชั่วโมง รายวัน หรือระดับเดือน หากเทรดตามแนวโน้มก็จะมีโอกาสทำกำไรได้ไม่เสี่ยงมากเกินไป ทั้งนี้ แนวโน้มที่เกิดขึ้นนั้น ก็ไม่ได้อยู่คงเดิมเสมอไป หากลงทุนไปโดยไม่รู้ว่า แนวโน้มกำลังจะเปลี่ยน ก็อาจสร้างผลขาดทุนให้ได้เป็นบทเรียนสอนใจเช่นกัน คราวหน้าเราจะมาดูกันว่า การดูแนวโน้มอย่างละเอียดนั้นทำอย่างไร และจะทราบได้อย่างไรว่าแนวโน้มที่มีอยู่กำลังจะหมดลง 

เทรด forex อย่างไร? ให้ได้กำไร


3 วิธีที่จะช่วยให้ เทรด forex ให้ได้กำไร (forex -3 Way to take - Profit)

การเทรด อัตราแลกเปลี่ยน หรือ Forex  ไม่ใช่การพนันครับ มันต้องมีระบบคิด และวิธีการที่ถูกต้องในการเทรด วันนี้ผมมีทริคเล็กน้อยไนการเทรดให้ได้กำไร มาฝาก สำหรับนักเทรดมือใหม่จะ ต้องเรียนรู้และเข้าใจ วันนี้มาเสนอวิธีการคิดพื้นฐานก่อน ส่วนวิธีการเทรด จะตามมาในครั้งต่อๆ ไปครับ

เทรด Forex ให้ได้กำไร เขาทำกันอย่างไร?

1. อยากได้กำไร ต้องไม่ขาดทุน!!! 

อ่านแล้วงงกันรึเปล่าครับ ไม่ได้ตั้งใจจะกวนอารมณ์นะครับ นี่เป็นหลักการเบื้องต้นของการลงทุนเลยครับ การป้องกันต้นทุน ถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ที่คุณควรจะให้ความสำคัญ ไม่ใช่การ แสวงหากำไรเยอะๆ ครับ คุณต้องรู้ว่า ทุกครั้งที่เข้าเทรด คุณสามารถรับการขาดทุนได้ กี่% ซึ่งก็ไม่ตายตัวนะครับ สำหรับแต่ละคน หรือการเทรดแต่ละครั้ง เช่น ผมเทรดเงินน้อย ผมอาจรับความเสี่ี่ยงได้สูง กว่าครั้งที่ เทรดเงินทีละมากๆ หรือบางครั้ง เราได้คิดรอบคอบแล้วก็อาจยอมขาดทุนได้มากกว่า ความแน่ใจน้อย แต่ที่สำคัญ คือ ตั้งไว้เท่าไหร่ก็เท่านั้นครับ ห้ามเปลี่ยนแปลงครับ ต้องทำให้เป็นนิสัย เป็นวินัยของนักลงทุน ซึ่งโดยปกติแล้ว ผมจะตั้ง STOP LOSS หรือ จุดขาดทุน ไม่เกิน 10%-30% ครับ

สำหรับนักเทคนิคคอล อาจจะตั้งตามแนวรับ-แนวต้านก็ได้ครับ แต่ควรยึดถือ ให้เป็นกฎเหล็ก ด้วยนะครับ
"ถ้าจำกัดการจาดทุนได้ ก็เพิ่มโอกาส ทำกำไรได้แน่นอนครับ"

The Last Mountain


The Last Mountain

หรือ ภาษาไทย คือ ภูเขาลูกสุดท้าย

ลักษณะการเกิด

เทคนิค Forex เทคนิคนี้ ได้มาจาก ประสบการณ์โดยตรงครับ เกิดเมื่อตลาดใหญ่(ระดับสัปดาห์-เดือน)เป็นเทรนลง หลังจากการลงอย่างต่อเนื่อง และ หยุด พักฐาน เมื่อกราฟมีลักษณะ วิ่งในกรอบแคบๆ ภายในระยะเวลาหนึ่ง หลายแท่งเทียนติดต่อกัน

ณ จุด หนึ่งเกิดแรงซื้อสั้นๆ ทำให้เกิดภูเขาลูกเล็กๆ และเกิดแรงเทขายออกอย่างรวดเร็ว จากการซื้อ เกรงกำไร ระยะสั้น ก่อนกราฟ จะ กลับเข้าสู่ เทรนลงตามเดิม โดยที่กราฟ จะไม่สูงกว่า ภูเขาเดิมอีกต่อไป




ลองนำเทคนิคนี้ไปสังเกตกราฟ Forex ของคุณดูก็ได้ครับ ไม่ได้เอามาสอนนะครับ เทคนิคนี้ลองสังเกตดูครับ นำมาแบ่งปันข้อสังเกตเท่านั้น ^^